คอลัมน์ สดจากสนามข่าว

โดย…ธนภัทร ชีระจินต์ – เรื่อง/ภาพ

เปิดคำสารภาพทาสยาบ้า

ทุบทารุณ-กดน้ำฆ่าลูก4ด.

บังคับเมีย-ฝังศพอำพราง!

“เสพยาบ้าเกือบทุกวัน วันละ 2-3 เม็ด และหากทะเลาะกับเมียก็จะทําร้ายลูกสาวมาโดยตลอด เฉลี่ยประมาณ 5 วันต่อสัปดาห์ หนักบ้าง เบาบ้าง โดยจะใช้วิธีการทุบตี จับกดน้ำ หรือเอาน้ำฉีด”

คำสารภาพหนุ่มวัย 27 พ่อโหดที่ทารุณลูกสาววัย 4 เดือน

แต่คราวนี้เกินเลยขนาดฆ่าลูกสาวในไส้จนตายคามือ

เหตุทาสยาบ้าฆ่าลูกน้อยครั้งนี้ กลายเป็นข่าวสลดสำหรับเมืองคนดี-สุราษฎร์ธานี ในวันที่ 28 ส.ค.ที่ผ่านมา

พล.ต.ต.สาธิต พลพินิจ ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี นำกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน กก.สส.บก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี สภ.เวียงสระ เจ้าหน้าที่พฐ. เข้าตรวจค้นภายในสำนักสงฆ์แห่งหนึ่งใน อ.เวียงสระ

เสพยาบ้าเกือบทุกวัน

พล.ต.ต.สาธิต พลพินิจ ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี

 

เพื่อขุดศพหนูน้อยวัย 4 เดือน ที่ถูกนายศุภวัฒน์ กลับ อายุ 27 ปี พ่อบังเกิดเกล้าทำร้ายจนตายแล้วฝังศพอำพรางความผิด

ท่านผู้การสาธิตเผยว่า ก่อนหน้านี้ได้รับการประสานจากกองบังคับการปราบปรามว่า มีแม่วัย 22 ปี ชาวเวียงสระ ร้องขอความช่วยเหลือว่าลูกสาววัย 4 เดือนถูกสามีทำร้ายเสียชีวิต แลัวยังบังคับให้เธอช่วยนำศพไปฝังที่สำนักสงฆ์ดังกล่าว

หลังทราบเรื่องดังกล่าว จึงติดต่อหญิงสาวดังกล่าวมาให้ปากคำโดยละเอียด ซึ่งแม่ผู้สูญเสียให้การว่า อยู่กินกับนายศุภวัฒน์มานาน 5 ปี มีลูกสาวพยานรักด้วยกัน 2 คน คนโตอายุได้ 2 ขวบแล้ว ส่วนคนเล็กเพิ่งวัยแค่ 4 เดือน อยู่ในวัยน่ารักน่าชังทั้งคู่

แต่สามีของเธอกลับตกเป็นทาสยาเสพติด ต้องเสพยาบ้าเป็นประจำและหาเรื่องทะเลาะตบตีกันแทบทุกวัน

ไม่เพียงแค่เธอเท่านั้นที่ถูกทำร้าย แม้แต่ลูกๆ ก็ไม่เคยเว้น โดยเฉพาะลูกสาวคนโตจะถูกทำร้ายเป็นประจำ ทั้งตบตี-จับฟาดพื้นเป็นแผลฟกช้ำ

เสพยาบ้าเกือบทุกวัน

พ่อเหี้ยมชี้จุดฝังศพ

 

แต่ความรุนแรงครั้งล่าสุดเกินที่จะทนได้ต่อไป

เพราะเธอต้องฝังศพลูกน้อยวัยน่ารักกับมือตัวเอง!!?

ช่วงสายวันที่ 11 ส.ค. นายศุภวัฒน์ทำร้ายลูกสาวคนเล็กอย่างทารุณ เหตุไม่พอใจที่ขอเงินเมีย 400 บาท เพื่อไปซื้อยาบ้าเสพไม่ได้

ส่วนแม่วัย 22 ได้แต่นั่งฟังเสียงลูกน้อยร้องไห้ด้วยความเจ็บปวด โดยไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้ เพราะเธอถูกขังอยู่ในห้องนอน

ผ่านไปสักพักใหญ่ เสียงลูกน้อยเงียบหายไป ก่อนที่นายศุภวัฒน์จะอุ้มลูกมาส่งให้ในสภาพฟกช้ำทั้งตัว และมีเลือดไหลกบปาก แล้วออกจากบ้านไปไม่เหลียวหลัง

เสพยาบ้าเกือบทุกวัน

แม่วัย 22 ยืนยันศพลูกสาว

 

กระทั่งประมาณ 1 ทุ่มวันเดียวกัน เธอสังเกตเห็นลูกอาการผิดปกติคิดว่าท่าทางทรุดหนัก จึงโทรศัพท์ไปเรียกนายศุภวัฒน์ให้กลับบ้านมารับลูกไปหาหมอที่โรงพยาบาล

แต่กว่าอีกฝ่ายจะกลับมาถึงบ้านก็ปาไปเที่ยงคืน และลูกน้อยก็ไร้ลมหายใจไปแล้ว

แทนที่จะสำนึกผิดกลับข่มขู่เมียสาวให้ปิดเรื่องไว้เป็นความลับ หากบอกใครจะตามไปทําร้ายทุกคนที่รู้เรื่อง ก่อนบังคับให้ช่วยกันนำศพลูกสาวไปฝังที่สำนักสงฆ์ดังกล่าวในวันรุ่งขึ้น

จากนั้นเธอพยายามสงบปากสงบคำ กระทั่งสบโอกาสหนีออกจากบ้านแจ้งขอความช่วยเหลือจากตำรวจกองปราบปรามในที่สุด

เมื่อได้คำให้การของแม่ผู้สูญเสีย เจ้าหน้าที่จึงประสานหน่วยงานต่างๆ ขุดหาศพหนูน้อยกระทั่งพบ จึงรวบรวมหลักฐานขออนุมัติหมายจับจากศาล ก่อนบุกเข้าจับตัวพ่อเหี้ยม

หลังจนมุมตำรวจ นายศุภวัฒน์ก็ทำได้เพียงก้มหน้ารับสารภาพแต่โดยดีว่า หลังจากทะเลาะกับเมียก็ทำร้ายลูกสาวคนเล็กด้วยการทุบตีตามลำตัว ส่วนใหญ่เป็นที่เอวและต้นขาข้างซ้ายหลายครั้ง นานประมาณ 10-15 นาที

แต่ยังไม่สาแก่ใจ จับตัวหนูน้อยกดน้ำในถังน้ำที่ห้องน้ำจนแน่นิ่ง!!?

ก่อนนำไปให้เมียที่อยู่ในห้องนอน แล้วออกจากบ้านไป กระทั่งเมียโทรศัพท์ให้กลับไปดูลูกที่อาการสาหัส เมื่อถึงบ้านก็พบว่าลูกเสียชีวิตแล้ว จึงชักชวนกันนำลูกไปฝังที่สำนักสงฆ์ในช่วงบ่ายวันที่ 12 ส.ค. โดยนําศพลูกใส่ลังกระดาษ แล้วปิดเทปกาวไว้

ระหว่างกำลังขุดหลุมฝังศพลูก มีพระมาเห็นแล้วสอบถามก็มุสาหลอกพระว่าลูกตายจากอุบัติเหตุรถล้ม พระท่านจึงเมตตาทำพิธีสวดบังสุกุลและฝังศพให้

เสพยาบ้าเกือบทุกวัน

ศุภวัฒน์ กลับ ผู้ต้องหา

 

นายศุภวัฒน์ยังรับสารภาพอีกว่า สาเหตุที่ลูกเสียชีวิตนั้น เกิดจากการที่ตนเองทําร้ายร่างกายลูกสะสมมาหลายครั้ง และในครั้งสุดท้ายพลั้งมือหนักมากเกินไปจนเป็นเหตุให้ลูกตาย และสํานึกผิดในการกระทําของตนเอง

ท่านผู้การสาธิตฝากเตือนถึงพิษภัยของยาเสพติด ซึ่งตอนนี้เองก็ระบาดหนัก ตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานีมีนโยบายปราบปรามยาเสพติด และมีผลการจับกุมทั้งผู้เสพ ผู้ค้ารายย่อย รวมถึงผู้ค้ารายใหญ่ในพื้นที่อย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด เพราะถือว่ายาเสพติดเป็นพิษภัยกับสังคม ครอบครัว และญาติพี่น้อง หรือแม้กระทั่งลูกในไส้ของตัวเอง

ฝากถึงพ่อแม่ผู้ปกครองต้องช่วยกันดูแลสังเกตพฤติกรรมบุตรหลาน อย่าให้ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด หากมีเบาะแสสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการติดตามพฤติกรรมหรือจับกุมหรือโทร.แจ้งมาที่ 191 ข้อมูลทุกอย่างจะเป็นความลับของทางราชการ

ยืนยันทำหน้าที่ ‘บำบัดทุกข์ บำรุงสุขประชาชน’ ให้สมคำ ‘ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์’

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน