เขย่าขวัญสั่นประสาทชาว จันทบูรเป็นอย่างมากกับเหตุหนุ่มคลั่งตระเวนฆ่าคนต่อเนื่องถึง 4 ศพในเวลาเพียงวันเดียว
ย้อนกลับไปเมื่อช่วงบ่ายสามโมงครึ่งวันที่ 30 ม.ค. พ.ต.ต. อำนาจ รุ่นหนุ่ม สว.สส.สภ.สอยดาว จ.จันทบุรี รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงเสียชีวิตหน้าตลาดนัดวันอาทิตย์ บ้านตามูล ริมถนนสายจันทบุรี-สระแก้ว หน้าวัดตามูล ม.1 ต.ทรายขาว อ.สอยดาว
สารวัตรอำนาจรีบนำกำลังรุดไปตรวจสอบ พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน เจ้าหน้าที่พฐ. แพทย์ ร.พ.สอยดาว และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสว่างกตัญญูธรรมสถาน
ที่เกิดเหตุพบศพนางวันเพ็ญ ประสานวงศ์ อายุ 49 ปี ชาว อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี นอนจมกองเลือดอยู่ริมถนน สภาพถูกยิงด้วยกระสุนปืน .38 เข้าที่ไหล่ซ้ายด้านหลัง 1 นัด ขมับขวา 1 นัด กระสุนทะลุร่าง ท่ามกลางชาวบ้านที่ยังตกใจต่อเหตุที่เกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ

สอบสวนทราบว่า ผู้ก่อเหตุไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นอดีตสามีของผู้ตายชื่อนายประสิทธิ์ ภูทองสุข อายุ 48 ปี ชาว อ.สอยดาว ที่เลิกรากันไปประมาณ 1 ปี
พยานให้การว่า นายประสิทธิ์ขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้าเอ็มเอสเอ็กซ์ ทะเบียน 1 กจ 9088 จันทบุรี จอดดักรออยู่ที่หน้าตลาดนัด
เมื่อเห็นผู้ตายขับรถโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ สีขาว มาถึงตลาดก็บุกเข้าไปจ่อยิงทันที ก่อนลากศพลงจากรถแล้วขับรถของผู้ตายหลบหนีไป โดยภายในรถยังมี น.ส.อารยา เชื้อเจริญ อายุ 25 ปี ลูกสาวนางวันเพ็ญนั่งติดไปด้วย
หลังได้ข้อมูลดังกล่าว เจ้าหน้าที่รีบวิทยุแจ้งให้ตำรวจในพื้นที่ข้างเคียงช่วยกันสกัดจับรถคันดังกล่าว พร้อมกระจายกำลังไล่ล่าในทิศทางที่คาดว่าจะใช้หลบหนี
ผ่านไปเพียง 30 นาที เวลา 16.00 น. ตำรวจ สภ.โป่งน้ำร้อน ก็ได้รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงเสียชีวิตภายในสวนลำไย พื้นที่ ม.9 ต.ทับไทร เมื่อนำกำลังรุดไปตรวจสอบ พบศพนายธีระชาติ เต่าทอง อายุ 44 ปี ถูกยิงด้วยกระสุนปืนขนาด .38 เข้าศีรษะ
ส่วนมือปืนก็คือนายประสิทธิ์ที่ขับรถฟอร์จูนเนอร์เข้าไปยิง นายธีระชาติ ขณะกำลังตัดต้นลำไยอยู่ภายในสวน เพื่อนำไปเผาถ่าน ก่อนขับรถหลบหนีไป
ขณะตำรวจทั้งสองโรงพักกำลังชันสูตรพลิกศพผู้เสียชีวิตทั้งสองอยู่ ก็ได้รับแจ้งว่านายประสิทธิ์ไปก่อเหตุยิงคนเสียชีวิตเป็นศพที่ 3 เมื่อเวลา 17.00 น. เหยื่อคือ นายบุญร่วม แสงมา อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 67/2 ม.11 ต.ปะตง อ.สอยดาว
แค่เพียงชั่วโมงครึ่งนายประสิทธิ์ก็ตระเวนยิงคนตายไปถึง 3 ศพ ตำรวจทั้ง สภ.สอยดาว และ สภ.โป่งน้ำร้อนต่างระดมกำลังทั้งหมด ที่มีไล่ล่าหนุ่มอันตรายคนนี้อย่างเร่งด่วน เพื่อไม่ให้ไปก่อเหตุกับใครอีก โดยเฉพาะ น.ส.อารยาที่ติดอยู่ในรถไปด้วย
เพียงไม่นานเจ้าหน้าที่รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบรถฟอร์จูนเนอร์ของนางวันเพ็ญจอดอยู่หน้าร้านขายของชำ ในหมู่บ้านหนองมะค่า ม.4 ต.ทุ่งขนาน อ.สอยดาว จึงนำกำลังไปล้อมจับกุม
เมื่อไปถึงก็พบว่านายประสิทธิ์กำลังนั่งดื่มเบียร์อยู่หน้าร้าน อย่างสบายอกสบายใจไม่รู้ร้อนรู้หนาวอะไรกับเหตุสยองที่ตัวเอง เพิ่งก่อขึ้น ก่อนยอมให้จับกุมแต่โดยดีพร้อมอาวุธปืนพกลูกโม่ ขนาด .38 ที่ใช้ก่อเหตุ

เมื่อมือปืนคลั่งสิ้นฤทธิ์แล้ว เจ้าหน้าที่รีบเข้าไปดูที่รถฟอร์จูนเนอร์ทันทีหวังว่าจะได้รับข่าวดีบ้าง
แต่สุดท้ายก็พบเพียงร่างไร้วิญญาณของเหยื่อสาววัย 25 ปี ที่นั่งคุดคู้จมกองเลือดใต้คอนโซลเบาะหน้าข้างซ้าย สภาพถูกยิงด้วยกระสุนปืนขนาด .38 ถึง 3 นัด เสียชีวิตเป็นศพที่ 4
พ ล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผู้ช่วย ผบ.ตร. และ พล.ต.ต.จรัล จิตเจือจุน รอง ผบช.บช.ภ.2 รรท.ผบก.ภ.จว.จันทบุรี ร่วมกันสอบปากคำฆาตกรโหดรายนี้ทันที เพื่อเค้นหาแรงจูงใจว่าเหตุใดจึงอำมหิตขนาดนี้
นายประสิทธิ์ให้การรับสารภาพอ้างว่าที่ต้องยิงทิ้งทั้ง 4 ศพก็เพราะความแค้น
เริ่มจากนางวันเพ็ญที่เคยอยู่กินเป็นสามีภรรยากันมาก่อน โดยต่างฝ่ายก็มีลูกติดมาด้วยกันทั้งคู่ จัดงานตบแต่งใหญ่โตด้วยสินสอดทองคำหนัก 8 บาท รถดัมพ์ 6 ล้อ 1 คันราคากว่า 6 ล้านบาท และยังร่วมลงทุนทำสวนทุเรียนด้วยกัน หวังใช้ชีวิตคู่กันอย่างสุขสบาย
สุดท้ายทะเลาะกันบ่อยจนเลิกรากัน โดยฝ่ายสาวตกลงจะคืนเงิน 2 แสนบาทที่ร่วมลงทุนด้วยกันคืน
แต่เวลาผ่านไปอีกฝ่ายไม่เคยจะทำตามคำพูด เมื่อไปทวงถามก็ถูกแม่ลูกคู่นี้ดูหมิ่นเหยียดหยามศักดิ์ศรีด้วยคำพูด จนหมดความอดทนขี่รถจักรยานยนต์ไปดักรอที่ตลาดนัด เพราะทุกวันฝ่ายหญิงต้องไปซื้อหากับข้าวกับปลา
พอได้เห็นหน้าก็ไม่พูดพร่ำทำเพลงรัวยิงทันที หลังลากร่างอดีตเมียรักลงจากรถ ขับมุ่งหน้าไปฆ่าธีระชาติ เพราะแค้นที่อีกฝ่ายเคยขอยืมเงินของแม่ไป 4 หมื่นบาทแล้วยังไม่ยอมคืน โดยมี น.ส.อารยานั่งจมกองเลือดหายใจรวยรินอยู่ที่เบาะหน้าซ้ายติดรถไปด้วย
ส่วนนายบุญร่วมเป็นการคิดบัญชีเก่าที่เคยเอาปืนปลอมมาหลอกขาย
นับว่ายังโชคดีที่ตำรวจระดมกำลังไล่ล่าจนได้ตัวทันควัน เพราะฆาตกรโหดยังบอกอีกว่า หากยังไม่ถูกจับก็ตั้งใจจะยิงอีกคนเป็นรายที่ 5
พิทักษ์ สัตยะสัจจา เรื่อง/ภาพ