ชกไม่มีมุม
วงค์ ตาวัน
ระยะนี้ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ บินมาปักหลักอยู่ที่สิงคโปร์ ไม่ไกลจากเมืองไทยนัก บรรดาคนใกล้ชิด ญาติสนิทมิตรสหาย นักการเมืองพรรคเพื่อไทย ก็แห่กันไปพบปะพูดคุยกันอย่างคึกคัก มีภาพบรรยากาศว่อนไปทั่วโลกออนไลน์ ไม่ใช่เรื่องลี้ลับอะไร
แน่นอนว่า ย่อมสร้างความหงุดหงิดให้กับกลุ่มอำนาจทางการเมืองที่เป็นขั้วตรงกันข้าม
ตามมาด้วยคำขู่จะยุบพรรค หากเข้าข่ายปล่อยให้อดีตนายกฯ ครอบงำชี้นำ และข้อหาท่อน้ำเลี้ยงจากภายนอกประเทศ อะไรเหล่านี้
เห็นทักษิณกับยิ่งลักษณ์ 2 อดีตนายกฯ บินไปบินมา เจอะเจอคนนั้นคนนี้ พร้อมกับส่งผลเขย่าการเมืองในประเทศไทยไปด้วย
แถมอยู่ในวาระที่กำลังจะครบ 4 ปี รัฐประหาร 22 พฤษภาคมพอดี
หลายคนคงอดถามไม่ได้ว่า แล้วสถานการณ์การเมืองไทยมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง มีอะไร ที่ดีขึ้นบ้าง ดูปรองดองกันมากขึ้นบ้างหรือไม่!?
คำตอบก็คือ ขัดแย้งมาเกินกว่า 10 ปี มีรัฐประหารมา 2 ครั้ง ทุกอย่างก็ยังวนเวียนอยู่เหมือนเดิม
ที่บอกว่าจะปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง ที่บอกว่าจะเข้ามาปกครองบ้านเมืองเพื่อแก้ปัญหาให้ดีขึ้น สร้างความรักความสมามัคคีปรองดองให้กลับคืนมา
มีอะไรที่เป็นไปตามที่กล่าวอ้างกันบ้าง ชัดเจนว่าไม่มีเลย
จากที่มีทักษิณคนเดียว บินเขย่าการเมืองไทยไปทั่วโลก
ก็เพิ่มน้องสาวเข้าไปอีกคน คราวนี้เป็น 2 พี่น้อง 2 อดีตนายกฯ ที่เดินทางอย่างอิสรเสรีไปทั่วโลก เข้าไม่ได้เพียงประเทศเดียวคือประเทศไทย
ส่งหมายจับไปยังตำรวจสากล ระบุว่า 2 พี่น้องอดีตนายกฯ หลบหนีคดีโกงกินทุจริต
แต่ไม่เคยได้รับความร่วมมือ เพราะทั้งโลกมองเบื้องหลังการเมืองมากกว่าจะดูคำบรรยายข้อหา!
แค่เรื่องนี้เรื่องเดียว ก็ตอบได้มากมายว่า สถานการณ์บ้านเมืองไทยพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นหรือ
การจัดม็อบปูทาง ลงเอยรัฐประหาร ทำกันมา 2 หน บอกว่าเพื่อแก้ปัญหานั่นนี่
วันนี้หลายคนเริ่มมองว่า ทั้งหลายทั้งปวงก็แค่เกมชิงอำนาจการเมือง!
ฝ่ายกลุ่มอำนาจเก่า ฝ่ายอนุรักษนิยมการเมือง จ้องหาจังหวะจะเข้าสู่อำนาจแทนฝ่ายนักการเมือง ด้วยการสร้างเรื่องสร้างกระแสต่างๆ นานา
ก็วนเวียนไปมาแค่นี้
แต่อย่าลืมว่า รัฐประหารแต่ละครั้ง คือการทำลายอำนาจการเมืองในมือประชาชน คือการทำลายพัฒนาการของประชาธิปไตย
ถือว่าสร้างความเสียหายร้ายแรง จนสมควรต้องมีคนที่ต้องรับผิดชอบชดใช้!