ถามว่าทั้งๆ ที่อีกไม่นานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชุดที่มี นายศุภชัย สมเจริญ เป็นประธานก็ต้องอำลาจากไปตามที่กฎหมายกำหนดให้ “เซ็ต ซีโร่”

เหตุใด นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กลับแสดงบทบาทเป็นอย่างสูง

หากตอบคำถามนี้ตามท่วงทำนองของ นายศุภชัย สมเจริญ ก็ต้องว่า “เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร”

ไม่มีอะไรเกี่ยวกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยรวม

ยิ่งหากฟังความเห็นจาก นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ แห่งพรรคประชาธิปัตย์ และ นายชูศักดิ์ ศิรินิล จากพรรคเพื่อไทย ก็จะเห็นด้วยว่าเป็นเรื่องส่วนตัว

แต่เรื่องส่วนตัวนี่แหละคือ “สีสัน”

หากใครติดตามบทบาทของ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ตั้งแต่ยังเป็นอาจารย์ ตั้งแต่ยังมีตำแหน่งอยู่ในองค์กรกลาง ทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่กับ พล.อ.สายหยุด เกิดผล

ก็จะยิ่งประจักษ์ในความมีสีสันอย่างชนิดเพริศแพร้ว

ตอนอยู่องค์กรกลาง ความเห็นของ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ที่พุ่งไปยังคณะกรรมการกกต.ก็เผ็ดร้อน

พอๆ กับเมื่อ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร เข้ามานั่งเป็นกกต.เสียเอง

เพียงแต่ดำเนินไปในลักษณะ “พุ่งออก” มิได้เป็นการ “นำเข้า”

เพียงว่าการหลุดไปจากตำแหน่งคณะกรรมการกกต.ของ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ครั้งล่าสุดสัมพันธ์กับกระบวนการทำงานของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) อย่างแนบแน่น

สีสันจึงพุ่งเข้าหา นายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นอย่างมาก

เชื่อได้เลยว่าสีสันทางการเมืองจะไม่จำกัดกรอบอยู่แต่เฉพาะเรื่องของการเลือกตั้ง หากแต่ยังจะเลเพเลพาดไปยังการสรรหาคณะกรรมการกกต.ชุดใหม่อีกด้วย

เพราะว่า “คุณสมบัติ” ที่กำหนดนั้นโดดเด่นยิ่ง

เมื่อมีคนที่มากประสบการณ์และมีความจัดเจนในเรื่อง “การตลาด” ระดับ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร มาเป็นคนจับตาติดตาม

ใครที่เข้าสู่วงจรของการเสนอชื่อย่อมมีความสำคัญ

ไม่เพียงแต่คณะกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งเท่านั้น หากกรรมการวงนอกในกลุ่มของ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ก็ย่อมดำเนินไปในแบบตาสับปะรด

ถี่ไม่ลอดตาช้าง ห่างไม่ลอดตาเล็นแน่นอน

อย่ามองอย่างเบื่อหน่าย อย่ามองอย่างรำคาญ บทบาทอย่างนี้แหละที่เป็นตัวถ่วงดุลแห่งอำนาจในทางสังคมอย่างทรงความหมายยิ่ง

ยิ่งคุณภาพคับแก้วระดับ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร

เชื่อได้เลยว่าคณะกรรมการกกต.ก็อยู่ในการเฝ้ามองและติดตาม เชื่อได้เลยว่าการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นไม่เกินเดือนพฤศจิกายน 2561 ยิ่งทรงความหมาย

จำเป็นต้องติดตามด้วยความระทึกในดวงหทัย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน