หลังเลือกตั้ง 8 ก.พ. ภารกิจหนักตกอยู่กับ กกต. เมื่อเกิดการประท้วงการนับคะแนนในหลายจังหวัด พร้อมข้อครหาว่าการเลือกตั้งอาจไม่สุจริตและเที่ยงธรรม
ประเด็นร้อนคือความผิดปกติของการนับคะแนน และ “บัตรเขย่ง” ที่มีจำนวนมากผิดปกติ ในอดีตอยู่ในหลักสิบ หลักร้อย แต่ครั้งนี้ถึงระดับมหาศาล ทำให้การเลือกตั้งทั้งระบบถูกตั้งข้อสงสัยว่าเป็นไปโดยสุจริตหรือไม่
ภายใต้สถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน กกต.ไม่อาจใจเย็นอยู่ได้ กฎหมายให้อำนาจและเครื่องมือไว้ครบ หากพบหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการทุจริต ต้องกล้าตัดสินใจอย่างเด็ดขาด ไม่ว่าเปิดหีบนับคะแนนใหม่ แจกใบเหลือง สั่งเลือกตั้งใหม่ในเขตที่มีปัญหา ให้ใบแดงตัดสิทธิผู้ทุจริต ส่งศาลดำเนินคดี เรียกค่าใช้จ่ายในการจัดเลือกตั้งใหม่
กฎหมายกำหนดกรอบเวลาไว้ชัด ต้องประกาศผลภายใน 60 วัน นั่นหมายความว่า ทุกอย่างต้องเร่งดำเนินการ อย่าปล่อยให้ข้อสงสัยค้างคาใจประชาชน เพราะความคลุมเครือคือเชื้อไฟชั้นดีของความขัดแย้ง
หากปล่อยให้ยืดเยื้อ ความไม่พอใจอาจบานปลายไปสู่การชุมนุมประท้วงวงกว้าง กระทบต่อเสถียรภาพความมั่นคงของประเทศ
ประเทศกำลังเผชิญปัญหารอบด้าน เศรษฐกิจ ความมั่นคง และปัญหาปากท้อง รอการแก้ไข การบริหารแผ่นดินจะสะดุดหยุดลงไม่ได้ และก็ไม่อาจปล่อยให้รัฐบาลรักษาการเดินหน้าต่อไปท่ามกลางข้อกังขา
เมื่อผลคะแนนออกมา มีผู้ได้รับความไว้วางใจสูงสุด และมีผู้พร้อมทำหน้าที่ สิ่งที่ต้องทำคือเคลียร์ทุกข้อสงสัยให้จบโดยเร็ว
ความรับผิดชอบของ กกต. ไม่ใช่แค่การนับคะแนนใหม่บางหน่วย แต่ต้องสืบสวนสอบสวนทั้งกระบวนการ หากพบความผิดต้องลงโทษถึงที่สุด เพื่อยืนยันว่าการเลือกตั้งยังศักดิ์สิทธิ์
ประชาชนออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง เพื่อให้ได้รัฐบาลที่มีความชอบธรรม หากพรรคใดจะเข้าไปจัดตั้งรัฐบาล แต่มีที่มาจากการเลือกตั้งที่ไม่สุจริต รัฐบาลนั้นย่อมถูกตั้งคำถามเรื่องความชอบธรรม
ประเทศจะเดินหน้าได้มั่นคง ต่อเมื่อความไว้วางใจของประชาชนไม่ถูกบั่นทอนตั้งแต่วันแรกหลังการเลือกตั้ง
มันฯ มือเสือ