น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับการแสดงออกอย่างตรงไปตรงมาของ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และอดีตประธานรัฐสภา
ที่แสดงถึงความอัดอั้นตันใจ ส่งสัญญาณไปถึงหน่วยงานความมั่นคงอย่างกอ.รมน. ว่าไม่ควรจะตัดงบประมาณที่ได้รับ แต่ควรจะยุบเลิกหน่วยงานไปเลยดีกว่า
โดยให้เหตุผลว่าเป็นการทำงานซ้ำซ้อนกับหน่วยงานความมั่นคงอื่น แถมกำลังพลก็ดึงคนจากหน่วยนั้นหน่วยนี้ สิ้นเปลืองงบประมาณ ไม่มีผลงานใดๆ
ยกเรื่องเด่นก็คือการใช้อาวุธสงครามยิงถล่มรถของนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ
ย้ำว่าไม่ใช่การกล่าวหา เพราะจับได้แล้ว คนก็ของกอ.รมน. ปืนก็ของกอ.รมน. รถก็ของกอ.รมน.
จะปฏิเสธความรับผิดชอบได้อย่างไร
จริงๆ เรื่องนี้ก็ต้องยกเครดิตให้พรรคประชาชาติ โดยเฉพาะพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ที่ติดตามเรื่องนี้ตั้งแต่ต้น
เปิดเผยข้อมูลมาเป็นลำดับตั้งแต่เรื่องรถที่เอาไปแยกส่วน เรื่องปืนของกอ.รมน. จนต้องออกหมายจับนายทหารระดับสูง
ที่เหลือก็อยู่ที่ว่าจะสาวถึงคนบงการได้หรือไม่เท่านั้น
ส่วนการก่อเหตุก็ต้องไปหาแรงจูงใจกันให้ชัด แต่ที่นายวันมูหะมัดนอร์พูดในที่ประชุมว่าเป็นเพราะการว่างงาน เลยคิดอะไรที่ไม่เป็นประโยชน์
ก็น่าคิดว่าจริงๆ แล้ว กอ.รมน.ว่างงานจริงหรือไม่!??
ซึ่งล่าสุดที่พ.ต.อ.ทวี เปิดตัวเลขงบปี 2570 ของกอ.รมน.ที่สูงถึง 5,737,390,300 บาท แต่กลับตั้งงบเงินเดือนเพียง 44,337,800 บาท สำหรับเจ้าหน้าที่ 200 คน
ที่เหลืออีก 5,314,268,700 บาท หรือร้อยละ 92.6 ของงบทั้งหมดกลับไปซุกอยู่ในงบรายจ่ายอื่นๆ
ขณะที่งบประมาณโครงการป้องกันและแก้ไขความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ 4,355,247,800 บาท เป็นงบรายจ่ายอื่นสูงถึง 4,305,465,600 บาท
แบ่งเป็นค่าจ้างกำลังพล 2,341,009,900 บาท งบเพิ่มประสิทธิภาพภาครัฐอีก 299,760,900 บาท
ทั้งที่ในการดับไฟใต้ก็มีหน่วยงานหลักอย่าง ศอ.บต. และฝ่ายปกครองรับผิดชอบโดยตรง
ไม่แปลกที่จะตั้งคำถามว่ากอ.รมน.ยังจำเป็นอยู่หรือไม่ ยิ่งในท่ามกลางช่วงที่งบประมาณมีจำกัดจำเขี่ย ต้องกู้มาถึง 4 แสนล้าน และไม่รู้ว่าจะต้องกู้เพิ่มอีกเท่าไหร่ในอนาคต
จึงเป็นเรื่องที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะนายกฯ จะต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วน
ไม่ใช่ใช้งบประมาณ 5 พันกว่าล้านเหล่านี้ไปเรื่อยๆ โดยอ้างว่าเป็นองค์กรที่อยู่คู่ชาติไทย
จะสมเหตุสมผลหรือไม่ ประชาชนก็ต้องพิจารณากันดู!!
รุก กลางกระดาน