“รุก กลางกระดาน”
ยังไม่หมดสิ้นเสียทีเดียว สำหรับการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูง
เมื่อครม.สัญจรที่โคราช เมื่อวันที่ 22 ส.ค.ที่ผ่านมา อนุมัติแต่งตั้งนายสุเมธ มโหสถ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ให้ดำรงตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิประจำกระทรวงแรงงาน
โดยให้ถือเป็นข้าราชการระดับ 11 อีกคนหนึ่ง ของกระทรวงแรงงาน
ซึ่งเป็นไปตามการใช้มาตรา 44 ของหัวหน้าคสช. ที่กำหนดตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิประจำส่วนราชการ ที่กำหนดไว้ 10 อัตรา
เพื่อเยียวยาที่นายสุเมธ ไม่ได้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงแรงงาน
เนื่องจากนายสุเมธ ถือเป็นผู้มีอาวุโส มีความเหมาะสม จนรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอชื่อต่อครม.
แต่กลับมีการปรับเปลี่ยนกันเอาหน้าห้องประชุมเลยทีเดียว
โดยผู้ที่มาดำรงตำแหน่งก็คือ นาย จรินทร์ จักกะพาก อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ข้ามห้วยมา
โดยมีรายงานข่าวว่าเพื่อปลอบใจที่ไม่ได้ตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทย
นอกจากนี้ยังมีกรณีที่ย้าย นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ จากปลัดกระทรวงเกษตรฯไปเป็นผู้ตรวจราชการพิเศษ ประจำสำนัก นายกฯ
หรือการย้ายนายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดยุติธรรมไปเป็นผู้ตรวจราชการพิเศษ ประจำสำนักนายกฯ
แม้จะอ้างว่าเพื่อไปทำภารกิจที่มอบหมายให้ แต่สังคมก็รู้ดีว่าเป็นการ ?เข้ากรุ?
กลายเป็นคำถามถึงการบริหารงานบุคคลของรัฐบาลที่อ้างตนเป็นคนดี ว่าถูกต้องเหมาะสมเพียงใด
หากย้อนไปในสมัยรัฐบาลน.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร 1 ในวิบากกรรมที่เผชิญ ก็มาจากการย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี จากเลขาฯสมช.
โดยศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้น.ส. ยิ่งลักษณ์ พ้นจากตำแหน่งนายกฯ เนื่อง จากแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ ก่อนที่คสช.จะยึดอำนาจและบริหารประเทศมาจนถึงทุกวันนี้
และยังคงแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการกันอย่างที่เห็น ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
คงจะจริงอย่างที่คนสงสัย เรื่องมาตรฐานในเมืองไทย