“รุก กลางกระดาน”
ยังคงเป็นกระแสที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง สำหรับกรณีที่อดีต นายกฯ หญิงคนแรก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่ปรากฏตัวเพื่อรับฟังคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
โดยต่อมาก็มีรายงานข่าวที่เชื่อถือได้ว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ได้เดินทางออกจากประเทศไทยไปเรียบร้อย
ส่งผลให้ศาลฎีกาสั่งออกหมายจับ และนัดวันอ่านคำพิพากษาอีกครั้งในวันที่ 27 ก.ย.ที่จะถึงนี้
แน่นอนว่าการหลบหนีคดีของน.ส. ยิ่งลักษณ์ ย่อมมีความเห็นแตกต่างจากคนในสังคม
ซึ่งก็ต้องว่ากันไปตามหลักการและเหตุผล รวมทั้งความเชื่อของบุคคลนั้นๆ
เป็นเสรีภาพทางความคิดที่ไม่อาจก้าวล่วงได้
แต่ที่น่าสนใจก็คือหลังจากเหตุการณ์นี้ เราได้เห็นปรากฏการณ์หลายอย่างที่เกิดขึ้นในสังคม
ไม่ว่าจะเป็นการแสดงออกของคนกลุ่มหนึ่ง ที่ก่อนหน้านี้เคยเป่านกหวีดไล่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง
อ้างว่าจะปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง แต่พอ คสช.ยึดอำนาจก็หายเงียบ อ้างว่าไม่สนใจการเมือง ก็กลับมาเคลื่อนไหวอย่างคึกคัก
เราได้เห็นศิลปินแห่งชาติ นักเขียนซีไรต์ แต่งกวีสะท้อนจิตสำนึก “คดีหู” จนถูกก่นด่า ล่าชื่อขับไล่พ้นจากทำเนียบศิลปินแห่งชาติ
เราได้เห็นนักการเมืองตกยุคที่พึ่งพาอำนาจพิเศษมากกว่าเสียงของประชาชนบางคนตีปีก กระแหนะกระแหนอย่างสนุกสนาน เก็บอาการความเป็นผู้ดีเอาไว้ไม่อยู่
นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ และหากไม่สามารถย้ายออกจากประเทศได้ก็ต้องทนๆ กันให้ได้
จะมีดีอยู่อย่างก็คือ เมื่อน.ส.ยิ่งลักษณ์ออกจากประเทศ ส่วนทักษิณ พี่ชายก็ไม่ได้กลับไทยมาร่วม 10 ปี
เท่ากับว่าระบอบทักษิณที่ถูกปลุกผีว่าเป็นตัวฉุดรั้งประเทศนี้ถูกขจัดไปเรียบร้อย
อนาคตก็ต้องมีแต่ดีวันดีคืนอย่างแน่นอน
บ้านเมืองก็จะเจริญทัดเทียมอารยประเทศเขา การค้าก็เฟื่องฟู
ประเทศมั่นคง ประชาชนมั่งคั่ง
แค่คิดก็ “ฟิน” กันแล้วใช่ไหม