“รุก กลางกระดาน”
จุดไฟให้การเมืองไทยร้อนได้ในพริบตา
เมื่อนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความในทวิตเตอร์ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทย
อ้างคำกล่าวของ “มงแต็สกีเยอ” นักปรัชญาการเมืองชาวฝรั่งเศส ที่ตำรารัฐศาสตร์ทั่วโลกต้องสอนเรื่องของเขา ในทฤษฎีการแบ่งแยกอำนาจ
ที่ระบุว่า “ไม่มีความเลวร้ายใด ที่จะยิ่งไปกว่าความเลวร้ายที่ได้กระทำโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมาย หรือในนามของกระบวนการยุติธรรม”
ถือเป็นการโพสต์ทวิตเตอร์ครั้งแรกในรอบ 2 ปี
และเป็นครั้งแรกที่มีการเคลื่อนไหวของทักษิณ หลังจากที่ยิ่งลักษณ์ น้องสาว ออกจากประเทศไทย โดยไม่มาฟังคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีจำนำข้าว
ส่งผลให้สื่อต่างประเทศวิเคราะห์ว่า นี่จะเป็นสัญญาณของการต่อสู้ หรือตอบโต้กลับรัฐบาล คสช.หรือไม่
แม้ข้อเท็จจริงกรณีที่ทักษิณ และ ยิ่งลักษณ์ จะต่อสู้นั้นเป็นไปได้ยากเย็น แสนเข็ญ
เพราะตราบใดที่รัฐบาลทหารมีกองทัพหนุนหลัง ประกอบด้วยชนชั้นกลุ่มคนดี ที่ถูกตั้งเข้ามาสารพัดตำแหน่ง มีเงินเดือน มีเบี้ยประชุมอู้ฟู่คอยหนุนหลัง
ในขณะที่ชนชั้นกลาง และชนชั้นล่าง ต่างนิ่งเงียบเบื่อหน่าย และชาชินกับระบอบการปกครองที่เป็นอยู่
อีกทั้งการเลือกตั้งก็เตรียมเงื่อนไขกติกา ตัดตอนพรรคการเมืองใหญ่ เปิดทางคนนอกเข้ามาเป็นนายกฯ
ยิ่งทำให้เชื่อได้ว่าประเทศจะวนเวียนในรูปแบบนี้ต่อไป อย่างน้อยก็อีกหลายปี
อย่างไรก็ตามยังมีประเด็นที่น่าพิจารณาว่า “อำนาจที่เลวร้าย” ที่กล่าวอ้างนั้น ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรกันแน่
เมื่อพิจารณาถึงสภาพบ้านเมือง ที่พลเรือนที่มีความเห็นต่าง หรือกระทั่งอาจารย์นักวิชาการ ก็ถูกแจ้งข้อหา แถมยังไปขึ้นศาลทหาร
ฝ่ายหนึ่งโชคร้ายตลอด เข้าออกกรงขังเป็นว่าเล่น อีกฝ่ายหนึ่งกลับโชคดีตลอด ไม่เคยต้องเหยียบย่างเข้าไปแม้แต่วันเดียว
เหล่านี้ คงช่วยให้หาคำตอบได้ว่าสภาพ “อำนาจที่เลวร้าย” นั้น มีจริง หรือไม่