“รุก กลางกระดาน”
เป็นเรื่องเป็นราววิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง
สำหรับกระแสข่าวผู้บริหารองค์กรสื่อแห่งหนึ่ง ใช้อำนาจหน้าที่ในการคุกคาม ล่วงละเมิดลูกจ้างสาวในสังกัด
เมื่อเรื่องลุกลามบานปลายก็เกิดการกดดัน จนทำให้ลูกจ้างสาวต้องลาออกจากองค์กร
ซึ่งหากเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นจริง ก็ต้องนับว่าเป็นเรื่องที่สร้างความเสื่อมเสียให้กับวงการสื่อมวลชนอย่างแท้จริง
เพราะที่ผ่านมาองค์กรสื่อพยายามรักษาภาพลักษณ์ของผู้มีจริยธรรม คุณธรรม ที่สูงส่ง คอยวิพากษ์วิจารณ์ แนะนำ หรือกระทั่งตัดสินแทนสังคมในหลากหลายเรื่อง
ดังนั้นหากบุคคลที่สร้างภาพเป็นคนดีใหญ่โต กลายเป็นแค่เปลือกนอกที่ฉาบไว้ ข้างในกลับเหลวแหลกฟอนเฟะ ไม่สามารถควบคุมกระทั่งตัณหาอารมณ์ของตัวเองได้
หนำซ้ำยังใช้อำนาจหน้าที่ที่มีอยู่ กดดันสร้างความเสียหายให้กับผู้ที่อยู่ในสถานะ ต่ำกว่าอย่างไม่ละอาย
จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไม กลุ่มนักข่าวภาคสนาม ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่ทำงานใกล้ชิดกับข่าว อยู่ห่างจากขั้วอำนาจ และสปอนเซอร์ หลักทั้งหลาย ต้องรวบรวมรายชื่อขอให้ตรวจสอบเรื่องที่เกิดขึ้นโดยด่วน
ตามมาด้วยการนัดประชุมของผู้บริหารสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย พร้อมออกแถลงตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ทั้งจากผู้เสียหาย และผู้ถูกกล่าวหา
ดูดีในหลักการ แต่เนื้อหาในการแถลงจะดูทะแม่งๆ อาทิ ที่อ้างว่า “กระแสวิพากษ์วิจารณ์ทางออนไลน์คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง”
หรือที่ระบุว่า “ข้อมูลที่พูดต่อๆ ขยายความเกินระดับและขอบเขตของปัญหา ไปมาก” ก็ตาม
เหมือนกับว่าทางสมาคมรู้อยู่แล้วว่าความจริงเป็นอะไร!!!
ยิ่งไปกว่านั้นการแถลงโดยเอารายชื่อ คนที่ให้ข้อมูลมาเปิดเผย หวังผลอะไร
ไหนว่าเป็นมืออาชีพเรื่องการทำข่าวสืบสวนสอบสวน แต่หลักการปกปิดแหล่งข่าวเบื้องต้นยังทำไม่ได้
หรือจะให้เข้าใจว่าเปิดชื่อออกมาเพื่อให้ถูกข่มขู่คุกคาม จะได้เข้าทางคนกันเอง !??
แล้วต่อไปจะไปสอบสวนใคร ใครเขาจะให้ข้อมูล
จึงต้องเรียกร้องให้ทำงานแบบมืออาชีพ สำคัญสุดคือเพื่อทำให้ความจริงปรากฏ
เอาให้ชัดว่า เรื่องคาวๆ นี้เป็นเรื่อง “จริง” หรือเรื่อง “เก๊”