สุดทางประยุทธ์ – เหตุการณ์สภาล่ม 2 ครั้งในรอบการประชุม 3 วันเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และนับเป็นการล่มครั้งที่ 16 ของสภาชุดนี้ เป็นเครื่องสะท้อนถึงสถานการณ์ภายในพรรคพลังประชารัฐที่แตกร้าวเกินเยียวยา ในการประชุมวันอังคาร องค์ประชุมขาดไป 4 เสียง วันพฤหัสฯ ไม่มีอะไร

แต่พอวันศุกร์ จากการนับองค์ประชุมด้วยวิธีเสียบบัตรแสดงตน ปรากฏว่ามีสมาชิกแสดงตนเพียง 195 คน ไม่ถึงกึ่งหนึ่งคือ 237 คน ก็เลยเรียบร้อย

จากการตรวจสอบพบ พรรคพลังประชารัฐซึ่งเป็นพรรคแกนนำรัฐบาล มีส.ส.แสดงตน 54 ไม่แสดงตน 43 หายไปกว่า 40 เปอร์เซ็นต์

ส่วนส.ส.ในก๊วน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่ย้ายออกจากพรรคประชารัฐ ข่าวแจ้งว่าในจำนวน 19 คน มีแสดงตนแค่ 1 คือนายสมศักดิ์ คุณเงิน ส.ส.ขอนแก่น ที่โดนอำว่าสงสัยไม่อ่านไลน์กลุ่ม พรรคภูมิใจไทย 58 ไม่แสดงตน 25 ในจำนวนนี้มีที่ต้องกักตัวโควิด 7 คน พรรคประชาธิปัตย์ 50 ไม่แสดงตน 15 พรรคฝ่ายค้านไม่ต้องพูดถึง ไม่แสดงตนเกือบทั้งหมด

ยกเว้นพรรคก้าวไกล แสดงตน 48 ไม่แสดงตน 8 มีการโยนบาปกันมาตลอดว่าสรุปแล้วการที่สภาล่มเพราะองค์ประชุมไม่ครบ เป็นความผิดใครระหว่างส.ส.ฝ่ายค้านกับรัฐบาล

กระทั่งได้ข้อยุติในระดับหนึ่งว่าการเข้าร่วมประชุมสภาถือเป็นหน้าที่ของส.ส. ทุกคน แต่การรักษาองค์ประชุมไม่ให้ล่ม ถือเป็นความรับผิดชอบของส.ส.รัฐบาลในสัดส่วนที่มากกว่าฝ่ายค้าน เหตุสภาล่ม 2 ครั้งสัปดาห์ก่อน ทำให้คนทั่วไปกังวลว่าจะเกิดซ้ำรอยกับร่างกฎหมายลูกเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 2 ฉบับ ที่คาดว่าจะเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมร่วมรัฐสภา ในสัปดาห์สุดท้ายก่อนปิดสมัยประชุมสิ้นเดือนก.พ.นี้ หรือไม่

แต่ในสายตานักการเมืองเชื่อว่า การพิจารณากฎหมายลูกทั้ง 2 ฉบับจะไม่มีปัญหาองค์ประชุมแน่นอน เพราะเป็นร่างกฎหมายที่ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลเป็นผู้เสนอ

ที่สำคัญถ้าไม่ผ่านก็เลือกตั้งไม่ได้ เหตุสภาล่มถี่ยิบช่วงหลัง เป็นสัญญาณอันตรายเตือนไปถึงการพิจารณาร่างกฎหมายงบประมาณปี 2566 ของรัฐบาล

รวมถึงการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลของฝ่ายค้านในสมัยประชุมหน้าเดือนพ.ค.มากกว่า เป็นสัญญาณเตือนว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กำลังเดินมาสุดทางถนนสายการเมืองแล้ว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน