หลังศึกอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 152 ควันหลงฟุ้งตลบอบอวล
คนดูข้างเวทีส่วนใหญ่ให้คะแนนไปในทิศทางเดียวกัน ฝ่ายค้านทำการบ้านมาดี ส่วนซีกคณะรัฐมนตรีนำโดย นายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สอบตกกราวรูด มีแต่ฝ่ายเดียวกันที่ ออกมาเชลียร์

สรุปต้องมีไฟต์ล้างตาในรอบสมัยประชุมหน้าเดือนพ.ค.
พรรคเพื่อไทยระบุจะใช้เวลาระหว่างปิดสมัยประชุมนี้เตรียมตัวยื่นเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจแบบลงมติตามมาตรา 151

ขณะที่พรรคก้าวไกลลุยตีเหล็ก ตอนร้อน ไม่ให้อารมณ์คนดูขาดตอน รวบรวมข้อมูลยื่นต่อป.ป.ช. 3 เรื่อง ได้แก่ เรื่องโรคอหิวาต์แอฟริกาในหมู น้ำมันรั่วที่จ.ระยอง และเรื่องสถานีกลางบางซื่อ ทั้ง 3 เรื่องเกี่ยวข้องกับรัฐมนตรี 7 คน เป็นหนังซีรีส์ต้องตามดูกันต่อ

สำหรับไฮไลต์การเมืองสัปดาห์นี้อยู่ที่การประชุมร่วมรัฐสภาพฤหัสฯ 24 กับศุกร์ 25 ก.พ. วาระพิจารณาร่างพ.ร.ป. หรือกฎหมายลูกว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. กับว่าด้วยพรรคการเมือง

ท่ามกลางกระแสสังคมต้องการให้ นายกฯ ยุบสภา เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อความล้มเหลวในการบริหารประเทศแทบทุกด้านตามที่ฝ่ายค้านได้อภิปรายไป

แต่กระแสเรียกร้องยุบสภาไปได้ไม่สุด เนื่องจากยังติดขัดอย่างที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ฝ่ายเนติบริกร บอกว่าถ้ายุบสภาตอนนี้จะเกิดปัญหาเพราะยังไม่มีกฎหมายลูกเลือกตั้งส.ส.และพรรคการเมือง

ตามไทม์ไลน์ 2 กฎหมายลูก 24-25 ก.พ.เข้าสภาวาระ 1 เสร็จแล้วสภาปิดสมัยประชุม ถ้ากรรมาธิการทำงาน เสร็จเร็วช่วงมี.ค.-เม.ย. รัฐบาลสามารถเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญให้ได้

แต่ถ้าเสร็จช่วงเดือนพ.ค.ก็ไม่ต้องเพราะเปิดประชุมสมัยสามัญพอดี นำเข้าวาระ 2-3 ได้เลย

ส่วนกฎหมายจะมีผลใช้บังคับได้เมื่อใด มีความเห็นเป็นสองทาง รัฐบาลซึ่งก็คือนายวิษณุอีกนั่นแหละ บอกว่ากว่าจะผ่านขั้นตอนต่างๆ จนเสร็จสมบูรณ์ เร็วสุดคือเดือนก.ค.
ขณะที่ฝ่ายค้านมองว่า ถ้าเร็วกว่านั้นคือเดือนพ.ค.ก็น่าจะทำได้ เพื่อรองรับการยุบสภาเลือกตั้งใหม่

ที่สำคัญเพื่อตัดไฟแต่ต้นลมป้องกันไม่ให้คนบางกลุ่มฉวยโอกาสช่วงยังไม่มีกฎหมายลูกเลือกตั้ง

ใช้วิธีการนอกระบบต่อท่อสืบทอดอำนาจออกไปไม่จบสิ้น

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน