การแต่งตั้งพระสังฆาธิการให้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสพระอารามหลวงจำนวน 50 วัด ซึ่งมหาเถรสมาคมเห็นชอบนั้น
มีทั้งผู้แสดงความมุทิตาและอุเบกขา
เพราะมีผู้ตั้งข้อสังเกตว่ารักษาการเจ้าอาวาสหลายรูปและหลายวัดไม่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่ง
เช่นกรณีวัดสร้อยทอง วัดสระเกศ วัดพิชยญาติการาม กรุงเทพฯ รวมถึงวัดพระแก้ว จ.เชียงรายด้วย
นอกจากไม่ได้รับการแต่งตั้งแล้ว ยังเลือกผู้ช่วยเจ้าอาวาสภายในวัดเดียวกันขึ้นมาดำรงตำแหน่งแทน
อีกหลายวัดมีการข้ามห้วย โดยย้ายเจ้าอาวาสจากวัดอื่นมาดำรงตำแหน่งด้วย
เรื่องการวัด การบริหารคณะสงฆ์ กลายเป็นที่น่าสนใจ และมีการตั้งกระทู้ถามพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ในสภา
นายนิยม เวชกามา ส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นอดีตพระมหาเปรียญ กล่าวว่ามติแต่งตั้งเจ้าอาวาส พระอารามหลวงครั้งนี้นายกฯ ใช้หลักเกณฑ์อะไรมาตัดสิน เพราะเป็นที่เคลือบแคลงใจต่อพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศ
พร้อมกับชี้ว่าเป็นเพราะไม่รู้เรื่องพระ ปล่อยให้ตั้งพระมหาที่ยังไม่มีสมณศักดิ์เป็นเจ้าอาวาสวัดหลวง โยกย้ายพระเด็กในสังกัด พระลูกน้องข้ามห้วยไปเป็น เจ้าอาวาสวัดใหญ่เหมือนสั่งย้ายข้าราชการ
อีกไม่นานก็คงจะได้เห็นประเทศไทยเจอวิกฤตศรัทธาในพระศาสนา แตกแยกระส่ำระสายขยายวงกว้างหนักขึ้น
นายนิยมยังกล่าวต่อว่า การจะย้ายพระสังฆาธิการจากวัดหนึ่งให้ไปเป็นเจ้าอาวาสวัดหลวงอีกวัดหนึ่ง ทั้งที่วัดนั้นๆ มีพระที่มีความรู้ความสามารถ มีวัตรปฏิบัติเป็นที่ยอมรับของพระภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกาอยู่แล้ว
การกระทำเช่นนี้ ก่อให้เกิดความแตกแยกร้าวฉานในหมู่พระภิกษุสามเณร ทำให้สงฆ์แตกแยกจากกัน ถือเป็นอนันตริยกรรม
ถ้าหากเจ้าอาวาสวัดหลวงบางวัด ไม่สามารถเข้ามารับหน้าที่ได้ หรือรับหน้าที่ไปแล้วแต่ไม่สามารถจะปฏิบัติงานในหน้าที่ได้ จะด้วยเหตุใดๆ ก็สุดแล้วแต่ นายกฯ จะแก้ไขปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นอย่างไร
อย่างไรก็ตาม ยังมีพระอารามหลวงอีก 13 วัดที่ยังไร้เจ้าอาวาส ต้องจับตารอดูว่าจะเกิดความระส่ำระสาย อีกหรือไม่