ฝ่ายค้านประชุมลั่นกลองญัตติอภิปรายตามมาตรา 151 ปักหมุดไว้ราวเดือน มิ.ย. มุ่งเผด็จศึกล้มรัฐบาลให้ได้

ขณะที่กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างกฎหมายลูกเกี่ยวกับ การเลือกตั้ง 2 ฉบับ ที่มีนายสาธิต ปิตุเตชะ เป็นประธานเริ่มเดินเครื่อง คาดว่าจะดำเนินการเสร็จสิ้นเสนอเข้าที่ประชุมรัฐสภาวาระ 2 และ 3 ได้ทันทีหลังเปิดสมัยประชุมวันที่ 22 พ.ค.

ทั้ง 2 เรื่องมีส่วนสัมพันธ์กับกระแสข่าว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เตรียมชิงยุบสภา ที่สะพัดหนาหูตอนนี้

เพราะไม่ว่าฝ่ายค้านพรรคเพื่อไทย หรือพรรคเล็กร่วมรัฐบาลต่างก็ได้กลิ่นยุบสภาก่อน 22 พ.ค.นี้เช่นกัน โดยมีเหตุผลสนับสนุนคือผู้มีอำนาจไม่พอใจบัตรเลือกตั้ง 2 ใบและสูตรการคิดคะแนนส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ มองว่าทำให้ตนเองเสียเปรียบอาจถึงขั้นพ่ายแพ้เลือกตั้ง แต่เมื่อมาถึงขั้นนี้จะแก้กลับไปใช้บัตรใบเดียวคงเป็นไปไม่ได้

เมื่อไม่รู้จะทำอย่างไรการตัดสินใจยุบสภาจึงเป็นทางออกหนึ่ง เพื่อชิงความได้เปรียบในการออก พ.ร.ก.การเลือกตั้ง กำหนด วิธีคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อในทางที่เป็นคุณกับฝ่ายอำนาจ ได้มีโอกาสกลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้ง เนื่องจากยังมี 250 ส.ว. เป็นตัวช่วยสำคัญ

หากปล่อยเวลาล่วงเลยไปจนเปิดสมัยประชุม ฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อใดจะไม่สามารถยุบสภาระหว่าง นั้นได้

ขณะที่จำนวนส.ส.ซีกรัฐบาลยังสะวิงบวกลบอยู่ถึง 18 เสียง ในส่วนพรรคเศรษฐกิจไทยของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า กรณีโผพลิก-พลิกโผตำแหน่งประธานกรรมาธิการฯ พิจารณาร่างกฎหมายลูก แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไม่สามารถควบคุมพรรคร่วมได้อีก

ถึงนาทีนี้จึงไม่มีใครรู้จริง ๆ แล้วเสียงรัฐบาลมีอยู่เท่าใด 260 เสียง ชัวร์หรือมั่วนิ่ม

ในสภาพไม่แน่นอนเช่นนี้ จึงเป็นไปได้สูงว่าถ้าปล่อยให้มีการอภิปรายเกิดขึ้น สุดท้าย พล.อ.ประยุทธ์อาจได้รับคะแนนโหวต ไม่ไว้วางใจ มากกว่าไว้วางใจ ซึ่งหมายความว่าอำนาจจะหลุดมือทันที

การชิงยุบสภาก่อน 22 พ.ค. จึงมีผลสองทางคือ หนีศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน พร้อมกับออกพ.ร.ก.เลือกตั้งเขียนกติกาสร้างโอกาสให้ตัวเองกลับสู่อำนาจอีกครั้ง

แต่คำถามข้อใหญ่ พล.อ.ประยุทธ์ กล้าเสี่ยงคืนอำนาจให้ประชาชนจริงหรือ ?

มันฯ มือเสือ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน