เป็นเรื่องจริงแท้แน่นอนสำหรับคำกล่าวที่ว่าสถานการณ์สร้างวีรบุรุษ
เพราะได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเมื่อเกิดวิกฤตการณ์ สถานการณ์ที่บีบคั้นย่อมสามารถหาทางออกได้
และมักยกย่องว่าคนที่เข้ามากอบกู้สถานการณ์ คือวีรบุรุษ
พร้อมทิ้งให้เข้าใจกันเองว่าคนที่บ่มเพาะสถานการณ์เข้าสู่ทางตัน ไร้ทางออก ไร้ความหวัง เป็นบุคคลประเภทไหนกันแน่!!
หวนกลับมาดูสถานการณ์ในประเทศที่เผชิญวิกฤตการณ์ข้าวยากหมากแพงที่มีหลายปัจจัยผสมปนเป
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโรคระบาดโควิด ที่นอกจากปัญหาด้านสุขภาพแล้ว ยังทำประเทศบอบช้ำมากว่า 2 ปี เศรษฐกิจพื้นฐานรากหญ้าอับจนหนทาง จนถึงขั้นไร้ทางออกฆ่าตัวตาย ก็มีให้เห็น
ยังมีปัญหาระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพชีวิตประชากร การหลุดออกจากการศึกษาของเยาวชน
ซึ่งจะส่งผลถึงอนาคตอย่างแน่นอน
เรื่องนั้นยังไม่ฟื้น เจอสงครามรัสเซีย-ยูเครน ซ้ำเติมราคาน้ำมัน ที่ส่งผลถึงสินค้าอุปโภคบริโภคทุกอย่าง
ปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้นทุกปี ทั้งที่มีหน่วยงานจัดการน้ำขนาดใหญ่ใช้งบประมาณเป็นหมื่นๆ ล้าน
แต่พอหน้าแล้งสินค้าเกษตรก็ย่ำแย่ได้น้อย ที่เหลือออกมาก็แสนแพง
ในขณะที่ค่าครองชีพแสนแพง แต่ค่าแรงแสนถูก มีแต่ข่าวจะปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ แต่กลับไม่มีผลในทางปฏิบัติ
ขณะที่การแก้ปัญหามีแต่แค่ให้ยอมรับสภาพ ให้ประหยัดมัธยัสถ์ มีแต่ลมปากว่ากำลังหาทางแก้ปัญหา
อัตตาหิ อัตโน นาโถ!??
แถมในขณะที่ชี้นิ้วไปให้ประชาชนประหยัด นายกฯ เองก็ยังพักบ้านหลวง ใช้น้ำมันหลวง รถนำ รถตามก็ยังคึกคัก
กองทัพที่จะเห็นอกเห็นใจประชาชน หรือก็ไม่ ยังพร่ำพูดเรื่องเรือดำน้ำ เรื่องเครื่องบินรบ ราวกับกลัวจะไม่ได้ใช้ภาษีประชาชน
นี่ยังไม่รวมปัญหาการเมืองความแตกแยกทางความคิดรุนแรง ที่เห็นแล้วว่าภายในการบริหารของรัฐบาลนี้มีปัญหา
ทั้งหมดนี้กลายเป็นคำถามว่าถึงวิกฤตของบ้านเมืองหรือยัง!??
แล้ววีรบุรุษที่มากอบกู้สถานการณ์จะเป็นใคร อาจจะไม่ใช่แค่เรื่องของบุคคล
แต่เป็นเสียงส่วนใหญ่ของประเทศที่บอกผ่านการเลือกตั้ง
สำคัญอย่างเดียว อย่ามีใครไปบิดเบือนมติของประชาชนอีกแล้วกัน!!
รุก กลางกระดาน