สภาปิดสมัยประชุมแต่อุณหภูมิการเมืองไม่ได้เย็นลง โดยเฉพาะซีกพรรคร่วมรัฐบาลร้อนแรงมากขึ้นด้วยซ้ำ
หลังจากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จัดเลี้ยงดินเนอร์แกนนำ 4 พรรคร่วมที่เป็นพรรคหลัก
แต่กลับไม่เชิญ 12 พรรคเล็กพรรคจิ๋วที่เหลือ ก็เลยเกิดอาการน้อยอกน้อยใจ
เป็นจังหวะให้ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ถือโอกาสนัดเลี้ยงปลอบใจในฐานะคนคุ้นเคย
ทำให้พล.อ.ประยุทธ์ ที่ปกติก็ระแวงจะโดนพรรคเล็กพรรคจิ๋วแทงหลังอยู่แล้ว ยิ่งระแวงหนักขึ้นไปอีก
“ก็ให้มาล้มเถอะ ใครจะล้มก็ล้มไป ผมไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้” พล.อ.ประยุทธ์กล่าวหลังมีข่าวพรรคเล็กพรรคจิ๋ว กับพรรคธรรมนัส มีแผนเขี่ยนายกฯ ช่วงฝ่ายค้านเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจเดือนพ.ค.
ก็ต้องจับตาดูวงดินเนอร์วันที่ 17 มี.ค. จะเคลียร์ใจกันลงตัว หรือไม่ หลังจากพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เรียกแกนนำพรรคเล็กพรรคจิ๋วเข้าไปหารือก่อนล่วงหน้า ที่มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อฯ เมื่อ 14 มี.ค.
ประเด็นพูดคุยวันนั้น สรุปสั้นๆ คือพล.อ.ประวิตร ขอให้พรรคเล็กอยู่ช่วยรัฐบาลไปถึงช่วงจัดประชุมเอเปกเดือนพ.ย. จากนั้นก็จะยุบสภาเลือกตั้งใหม่ในช่วงปีใหม่หรือเลยปีใหม่ไปเล็กน้อย
“เรื่องยุบสภาผมพูดเอง ผมพูดว่าพอจบเอเปก รัฐบาลก็ว่างแล้ว ถ้าจะยุบก็ยุบได้ตอนนั้น ส่วนจะยุบหรือไม่ยุบขึ้นอยู่กับ นายกฯ” พล.อ.ประวิตรกล่าวพร้อมยืนยัน ตนเองดูแลพรรคเล็ก มาตลอด คนเดียวตั้งแต่เริ่มต้น ไม่เกี่ยวกับร.อ.ธรรมนัส
ไม่มีใครรู้ว่าสัญญาณที่ส่งออกมาจากพล.อ.ประวิตร ถือเป็นจริงเป็นจังได้แค่ไหน เพราะถึงที่สุดอำนาจยุบสภาย่อมเป็นของนายกฯ แต่เพียงผู้เดียว
“เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น” “สถานการณ์จะเป็นตัวกำหนด” “ทั้งหมดเป็นเรื่องของนายกฯ” พล.อ.ประยุทธ์ พลิ้วตอบนักข่าวเรื่องยุบสภา
ซึ่งชวนให้ตีความได้ว่า ตัวพล.อ.ประยุทธ์เองก็คงคิดหนักอยู่เหมือนกันว่า ในสถานการณ์ปัญหาเศรษฐกิจรุมเร้าตอนนี้ การจะประคองเรือแป๊ะสนิมเขรอะ ไปจนถึงฝั่งการประชุมเอเปกเดือนพ.ย.ได้หรือไม่
ก็ไม่แน่ใจตัวเองเหมือนกัน
มันฯ มือเสือ