เป็นหัวข้อการเมืองฮอตฮิตประจำสัปดาห์ที่ผ่านมา
ภายหลัง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ผู้จัดการรัฐบาลตัวจริง เสียงจริง เปิดมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อฯ แจ้งกับบรรดาตัวแทนพรรคเล็ก ขอให้อยู่ช่วยรัฐบาลทำงานไปก่อนจนถึงการจัดประชุมเอเปกเดือนพ.ย.
เพราะหลังจากนั้นจะยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ช่วงปลายปีนี้ หรือไม่ก็ ต้นปีหน้า เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน
สิ้นเสียงพล.อ.ประวิตร คอการเมืองก็วิพากษ์วิจารณ์กันโขมงโฉงเฉง
หนึ่งในนั้น “โทนี่ วู้ดซัม” ไม่เชื่อว่ารัฐบาลจะฝ่าอุปสรรคอยู่รอดไปถึงจัดประชุมเอเปกได้
โดยเฉพาะนายกฯ ที่ต้องออกแรงโดดข้ามสิ่งกีดขวางถึง 3 ด่านด้วยกัน
ด่านแรกคือ การชั่งน้ำหนักตัดสินใจว่าจะยุบสภา ก่อนฝ่ายค้านจะยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจในเดือนพ.ค.หรือไม่ ด้วยเหตุผลไม่มั่นใจว่าตนเองจะคุมเสียงโหวตในสภาได้
หากกลั้นใจไม่ยอมยุบสภาก่อนฝ่ายค้านยื่นญัตติ แสดงว่านายกฯ พร้อมไปเสี่ยงดวงด่านที่สองคือ ตอนโหวตญัตติอภิปราย ไม่ไว้วางใจ ซึ่งมีแค่ 2 คำตอบเท่านั้น
ถ้าผ่าน-ได้ไปต่อ ไม่ผ่าน-ต้องลาออก
หรือถึงจะผ่านด่านสองไปได้ก็ยังต้องเจอด่านสามในเดือนส.ค.กรณีวาระนายกฯ 8 ปี
ซึ่งหลายคนเชื่อว่าหากไม่เกิดอภินิหารทางกฎหมาย พล.อ.ประยุทธ์น่าจะรอดยาก
อย่างไรก็ตามทั้ง 3 ด่านคือการวิเคราะห์ของ “โทนี่ วู้ดซัม” ซึ่งใครก็รู้ว่าคือคู่ปรับตลอดกาลของพล.อ.ประยุทธ์ ที่ต้อง หาทางข่มขู่เขย่าขวัญกันในทุกจังหวะที่ อีกฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ
แต่ที่ต้องเดาทางกันหนักคือ การที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล สนับสนุนให้พล.อ.ประยุทธ์นำพารัฐบาลฝ่าวิกฤตอยู่ไปจนครบวาระ 4 ปี เพื่อแสดงถึงความมั่นคงของระบบการเมือง และการทำงานของพรรคร่วมรัฐบาล
โดยไม่สนใจเรื่อง “กับดัก” ด่านที่สอง ตามที่ “โทนี่” วิเคราะห์เอาไว้
เพราะถ้าหากพล.อ.ประยุทธ์โดนพรรคร่วมรัฐบาลตลบหลังโหวตลงมติไม่ไว้วางใจ จนต้องประกาศลาออก
ก็มีแต่เสี่ยหนู อนุทิน ที่จะได้ ขึ้นแท่น “เต็งหนึ่ง” ได้รับเลือกเป็น นายกฯ คนต่อไป ในฐานะผู้มีชื่อเพียงหนึ่งเดียวในบัญชีแคนดิเดตนายกฯ พรรคภูมิใจไทย
พรรคใหญ่อันดับสองของรัฐบาล
มันฯ มือเสือ