สีสันการเมืองสัปดาห์นี้นอกจากเรื่องผู้ว่าฯ กทม. ต้องจับตากรณี กมธ.พิจารณากฎหมายลูกเลือกตั้งส.ส. นัดประชุม 30 มี.ค.
เพื่อลงมติเรื่องบัตรเลือกตั้งว่าจะใช้เบอร์เดียวทั่วประเทศ หรือหลายเบอร์
นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุขในฐานะประธานกมธ. ยอมรับว่าในที่ประชุมมีความเห็นแบ่งเป็นสองฝ่ายคู่คี่ใกล้เคียงกัน ผลลงมติจึงมีสิทธิ์ออกได้ทั้งสองหน้า
ที่ผ่านมามีท่าทีชัดเจนจากพรรคเพื่อไทย ก้าวไกล เสรีรวมไทย และประชาชาติ เห็นไปในทางเดียวกันว่าควรเป็นแบบเบอร์เดียวทั้งประเทศ
เพราะจุดแข็งคือ ประชาชนจำง่ายไม่สับสน พรรคการเมืองหาเสียงง่าย ช่วยลดภาระ กกต.อีกต่างหาก
ตามที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ระบุหากใช้บัตรเบอร์ต่างกันในแต่ละเขต กกต.ต้องพิมพ์บัตรแบบเขต 400 แบบ พิมพ์บัตรบัญชีรายชื่ออีก 1 แบบ รวมเป็น 401 แบบ
ซึ่งจะมีปัญหาตั้งแต่เรื่องจัดพิมพ์ การคัดแยก จัดส่งไปเขตต่างๆ การเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต นอกราชอาณาจักร จะยุ่งยากสับสน ทำให้โอกาสเกิดความผิดพลาดในขั้นตอนต่างๆ มีสูง
ส่วนจุดอ่อนบัตรเบอร์เดียว คือฝ่ายไม่เห็นด้วยให้เหตุผลว่า เนื่องจากรัฐธรรมนูญมาตรา 90 ไม่ได้แก้ไข แนวทางการใช้บัตรเบอร์เดียวจึงขัดต่อเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ
ถึงแม้ข้อจำกัดนี้ทางพรรคเพื่อไทย-ก้าวไกลได้เสนอทางออก ไว้แล้ว
แต่อีกฝ่ายซึ่งเป็นพรรคแกนหลักรัฐบาล ยังยืนกรานไม่เอาบัตรเบอร์เดียวอยู่ดี ไม่รู้เพราะอะไร เป็นไปได้ว่ากลัวบางพรรคจะแลนด์สไลด์
ทำให้มีแนวโน้มว่าในที่สุดบัตรเลือกตั้งจะออกมาแบบหลายเบอร์ เพราะเป็นหลักการในร่างที่เสนอโดยครม. พรรคพลังประชารัฐและพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งมีสัดส่วนตัวแทนใน กมธ.มากกว่า
หรือต่อให้ตกลงกันในชั้น กมธ.ไม่ได้ ต้องเสนอเข้าที่ประชุม ร่วม 2 สภาชี้ขาด เสียงส.ส.รัฐบาลรวมกับส.ว. ก็ยังมากกว่า ส.ส.ฝ่ายค้านอยู่ดี
ดังนั้น โอกาสที่ประชาชนจะได้กาบัตรสองใบคนละเบอร์มีความเป็นไปได้มากกว่า
แม้โดยหลักการควรจะเป็นเบอร์เดียวทั่วประเทศก็ตาม
มันฯ มือเสือ