ถูกนำมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง สำหรับผลนิด้าโพล ที่สำรวจในไตรมาสที่ 1 ของพ.ศ.2565 ว่าจะสนับสนุนใครเป็นนายกฯ

โดยอันดับ 1 กลายเป็นนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ จากพรรคก้าวไกล คิดเป็นร้อยละ 13.42 อันดับ 2 คือพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ร้อยละ 12.67 และอันดับ 3 คืออุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร ที่ร้อยละ 12.53

ผลที่ออกมาแม้จะเป็นแค่เบื้องต้น ยังไม่สามารถสรุปอะไรได้แน่ชัด แต่ก็พอจะเห็นเค้าลางของความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในสังคม

แต่แน่นอนว่ายังมีประชาชนอีกถึง ร้อยละ 27.62 ระบุว่ายังหาบุคคลที่เหมาะสมไม่ได้ ซึ่งหมายถึงว่ายังไม่เลือกใครนั่นเอง

ปัญหาใหญ่ก็คือใครจะดึงเสียงเหล่านั้นมาเป็นพวกได้มากกว่าก็อาจจะได้เปรียบในการเลือกตั้ง

แต่ก็อย่าหวังสูงจนเกินไป เพราะในการเลือกตั้งปี 2562 พรรคพลังประชารัฐ ก็ไม่ได้ชนะเลือกตั้ง แต่ด้วยองคาพยพต่างๆ ก็ตั้งรัฐบาล นั่งเก้าอี้นายกฯ สำเร็จ

จะมีเรื่องบิดเบือนเจตนารมณ์ของประชาชนอีกหรือไม่คงต้องติดตาม

อย่างไรก็ตามในเรื่องคะแนนนิยม ต้องถือว่าพล.อ.ประยุทธ์ มีภาษีดีที่สุดเพราะเป็นคนที่กุมอำนาจรัฐในมือ มีอำนาจบริหารบ้านเมือง ใช้จ่ายงบประมาณ

อยู่ในสถานะที่ได้เปรียบ หากแก้ไขปัญหาบ้านเมืองได้ดี ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ ราคาน้ำมันแพง ที่ส่งผลกระทบต่อสินค้าอุปโภคบริโภคอื่นๆ

ทำให้ประชาชนที่เดือดร้อนจากข้าวยากหมากแพง จนถูกขนานนามว่าเป็นยุค ‘ของแพง ค่าแรงถูก’

หากทำได้ทั้งหมดการจะได้รับคะแนนนิยมเพิ่มขึ้นก็มีโอกาสเป็นไปได้!!!

แม้ความเห็นของคนอีกกลุ่มจะไม่ได้ตั้งความหวังไว้มากนัก โดยให้เหตุผลว่า 8 ปีที่ผ่านมา ไม่ได้แก้ไขอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอัน นโยบายที่เคยให้ไว้ตอนหาเสียงก็แทบจะไม่มีอะไรที่กลายเป็นรูปธรรม

ซึ่งก่อนหน้านี้พล.อ.ประยุทธ์ ถึงขั้นอารมณ์เสียในครม.ถึงขั้นบ่นออกมาว่า “เราทำอะไรไป คนก็หาว่าโง่”

ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่ว่า ‘ทำอะไร’ แต่อยู่ที่ว่า ‘ไม่ได้ทำอะไร’ มากกว่า

จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่พล.อ.ประยุทธ์ ต้องแสดงผลงาน ให้รู้ว่าความคิดที่ว่าทำเฉพาะเรื่องโง่ๆ นั้นไม่ใช่เรื่องจริง

ให้ประชาชนได้รับทราบเสียที!!!

รุก กลางกระดาน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน