กร่อยเป็นปีที่สามติดต่อกันสำหรับเทศกาลสงกรานต์ หรือปีใหม่ไทย 2565
โดยเฉพาะการท่องเที่ยวในประเทศที่ต้องเจอกับวิกฤตสองเด้ง
เด้งแรก วิกฤตโควิดโอมิครอนที่ยังไม่คลี่คลาย จำนวนผู้ติดเชื้อใหม่รวม ผลตรวจเอทีเคแล้วยังสูง 3-4 หมื่น รายต่อวัน การแพร่ระบาดกระจายไปทั่วประเทศ
ทำให้เกิดหวาดระแวงการเดินทางไปท่องเที่ยวในสถานที่ที่มีคนมากๆ และการรวมกลุ่มสังสรรค์ไม่ว่ากับเพื่อนหรือคนในครอบครัว
เด้งที่สอง วิกฤตด้านเศรษฐกิจ น้ำมันแพง สินค้าแพง ค่าครองชีพสูง หนี้เพิ่ม รายได้ลด
ทำให้จำเป็นต้องตัดค่าใช้จ่ายหลายอย่างที่ไม่จำเป็นออก ซึ่งรวมถึงการเดินทางท่องเที่ยว
ทั้งสองวิกฤตผสมกันเป็นเนื้อเดียว ทำให้ภาพรวมการท่องเที่ยวในประเทศไม่ดีขึ้นเหมือนที่คาดหวังไว้เมื่อปลายปีที่แล้ว ก่อนเกิดโควิดสายพันธุ์โอมิครอน และสงครามรัสเซีย-ยูเครน
แนวโน้มช่วงสงกรานต์ปีนี้บรรยากาศจึงไม่น่าจะคึกคักเท่าใดนัก
จากการสำรวจความคิดเห็นพฤติกรรมการใช้จ่ายผู้บริโภคช่วงสงกรานต์ปี 65 ของศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ม.หอการค้าไทย ด้านแผนการใช้จ่าย พบว่าร้อยละ 45.1 ใช้จ่ายลดลง
ด้วยสาเหตุหลักเนื่องจากสินค้าและบริการมีราคาแพง ต้องการประหยัด มีหนี้เพิ่มขึ้น รายได้ลดลง ราคาน้ำมันแพง และปัญหาโควิดระบาด เป็นต้น
ทำให้คาดว่าปีนี้จะมีเงินสะพัดช่วงสงกรานต์ 106,772 ล้านบาท ลดลง 6,095 ล้านบาทสะพัดต่ำสุดในรอบ 10 ปี
นอกจากนี้สิ่งที่ศูนย์พยากรณ์ เศรษฐกิจฯ ม.หอการค้าไทย กับสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวฯ ระบุตรงกันก็คือ คนส่วนใหญ่วิตกกังวลเรื่องเศรษฐกิจของแพง มากกว่าปัญหาโควิด
เพราะกระทบกับค่าครองชีพ ทำให้ต้องประหยัด ตัดเรื่องเที่ยวสงกรานต์ออกไป หรือไม่ก็จับจ่าย ซื้อของน้อยลง
เพื่อจำกัดการไหลออกของเงินในกระเป๋าในช่วงเศรษฐกิจยังมืดมน หาทางออกไม่เจอ
การท่องเที่ยวทรงๆ ทรุดๆ ราคาน้ำมันวูบวาบ เดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลด แต่ถึงจะลดก็ยังแพงอยู่ดี
หลายคนสรุปตรงกันตราบใดรัฐบาลยังจัดการกับน้ำมันแพงไม่ได้ สินค้าอย่างอื่นก็ไม่มีทางปรับราคาลง
ปีใหม่ไทย 2565 ก็เลยซึมๆ เศร้าๆ ไปอีกปี
มันฯ มือเสือ