ถือเป็นการเคลื่อนไหวครั้งสำคัญ สำหรับการจัดงานรำลึก 12 ปี เหตุการณ์ 10 เมษา 53 ของ กลุ่มคนเสื้อแดง และกลุ่มแนวร่วม เพื่อประชาธิปไตยต่างๆ เมื่อวันอาทิตย์ ที่ผ่านมา
ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นบันทึกบทหนึ่งของประวัติศาสตร์การเมืองไทยที่เจ็บปวด มีการเข่นฆ่าประชาชน เสียชีวิตกลางเมืองหลวงนับสิบศพ
แถมยังเป็นจุดเริ่มของทุ่งสังหารกลางกรุง เข่นฆ่ากันต่อมาอีกร่วมเดือนจนมีคนตายเกือบร้อยศพ
แน่นอนในอีกมุมมีทหารสูญเสียจากปฏิบัติการที่หน่วยงานรัฐอ้างเป็นฝีมือชายชุดดำ
แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ได้มีการดำเนินการอะไรให้กระจ่าง
ทิ้งไว้เป็นปริศนาว่าจริงๆ แล้วชาย ชุดดำที่ว่าเป็นใคร หาตัวไม่ได้จริงๆ หรือรู้แล้วว่าใคร แต่ดำเนินการอะไรไม่ได้
แม้ในฝั่งความสูญเสียของเจ้าหน้าที่ทหารจะเป็นปริศนา แต่ความตายของประชาชนกลับไม่เป็นเช่นนั้น
อย่างน้อย 17 สำนวนผ่านการไต่สวนความตายโดยศาลที่ชี้ว่าถูกกระสุนปืนจากฝั่งทหาร
ซึ่งน่าสังเกตว่าความคืบหน้าของคดีนั้นเกิดขึ้นในยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ มาจากการเลือกตั้ง
แต่หลังจากการรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 คดีทุกอย่างกลับหยุดชะงัก
ไม่แปลกที่จะมีคนตั้งข้อสังเกตว่า การเคลื่อนไหวของกลุ่มกปปส.ที่ชัตดาวน์กรุงเทพฯ สร้างเงื่อนไขรัฐประหาร นอกจากต้องการล้มรัฐบาลเลือกตั้ง เหตุผลสำคัญของแกนนำบางคนก็คือต้องการหยุด คดีเลือด 99 ศพนั่นเอง
เพราะคนที่เป็นแกนนำกปปส. ก็คือคนที่มีอำนาจในศอฉ.ที่รับผิดชอบเหตุการณ์ แถมนายทหารที่ก่อการรัฐประหารก็เป็นคนกุมกำลังในเหตุการณ์นั้น
การลงมือรัฐประหารครั้งนั้นจึงไม่น่าจะใช่เรื่องของการปกป้องชาติบ้านเมืองตามที่กล่าวอ้าง แต่น่าจะเป็นเรื่องการปกป้องตัวเอง หลีกหนีความผิดที่กำลังจะติดตามหลอกหลอนมาต่างหาก
ทั้งหมดนี้คือข้อเท็จจริงที่ใช้เวลาร่วมสิบปีถึงจะปรากฏ ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ก็ตาสว่างรับรู้เรื่องราวทั้งหมดแล้วเช่นกัน
ต่อจากนี้คือการติดตามทวงถามความเป็นธรรมให้กับประชาชนผู้ถูกเข่นฆ่าคงจะเข้มข้นมากขึ้น
ไม่ให้คนสั่งการได้ลอยนวลอีก ต่อไป!!
รุก กลางกระดาน