เป็นอีกปี ที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังไม่คลี่คลาย สงกรานต์ปีนี้จึงต้องเคร่งจนกร่อย เพราะมาตรการป้องกันการระบาด
หนักกว่านั้นราคาน้ำมันต้นทุนของทุกอย่างพุ่งสูง กระทบชาวบ้านอย่างหนัก
โดยรัฐบาลไม่ได้ช่วยเหลืออะไรเลย
แน่นอนว่าปีนี้ต้องงดสังสรรค์ปาร์ตี้ แต่ที่จะซื้อเครื่องดื่มมาจิบในบ้านในที่พัก ต้องร้องจ๊ากไปตามๆ กัน
บริษัทผู้ผลิตเบียร์คงอั้นต้นทุนไม่ไหว แจ้งปรับราคาขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ก่อนหน้านี้ เดือนมีนาคม เบียร์ยี่ห้อยอดนิยมปรับราคาต้นทุนขายส่งเบียร์ขวดอีก 10 บาท/ลัง (จำนวน 12 ขวด)
จากเดิม 585 บาท/ลัง เป็น 595 บาท/ลัง ปรับขึ้นอีก 1 บาท/ขวด
ส่วนเบียร์กระป๋องปรับขึ้น 10 บาท/ถาด (จำนวน 24 กระป๋อง) จาก 730 บาท/ถาด เป็น 740 บาท/ถาด ปรับขึ้น 50 สตางค์/กระป๋อง

ล่าสุดเมื่อต้นเดือนเมษายน ก่อนเข้าเทศกาลสงกรานต์ ปรากฏว่ามีเบียร์อีก 3 ยี่ห้อปรับราคาขึ้น
เบียร์ยี่ห้อนี้เคยแจ้งกับร้านค้าว่าจะตรึงราคา แต่เมื่อเจอภาวะค่าน้ำมันและค่าขนส่งสูงขึ้นจึงอั้นไม่ไหว
นอกจากนี้ ยังเตรียมปรับขึ้นราคาอีกในเดือนพฤษภาคมด้วย
เบียร์ยี่ห้อนี้ แจ้งร้านค้าขอปรับราคามาตั้งแต่วันที่ 8 เมษายนแล้ว โดยปรับขึ้นราคาขายปลีก ทั้งเบียร์ขวดใหญ่และขวดเล็กอีก 12 บาท/ลัง (จำนวน 12 ขวด) หรือปรับขึ้น 1 บาท/ขวด
ส่วนเบียร์กระป๋องสั้นและกระป๋องยาวอีก 24 บาท/ถาด (จำนวน 24 กระป๋อง) หรือปรับขึ้น 1 บาท/กระป๋อง

ส่วนเบียร์อื่นอีก 2 ยี่ห้อ ปรับขึ้นราคาเบียร์ขวดใหญ่อีก 4 บาท/ขวด ขณะที่เบียร์กระป๋องพุ่งอีก 3-4 บาท/กระป๋อง
ไม่เพียงแต่เบียร์เท่านั้นที่ปรับขึ้นราคา คอเหล้าก็ใช่ว่าจะรอด
เมื่อผู้ผลิตน้ำโซดารายใหญ่แจ้งปรับขึ้นราคาอีก 10 บาท/ถาด (จำนวน 24 ขวด) หรือปรับขึ้น 0.80 บาท/ขวด ซึ่งเป็นการปรับขึ้นครั้งที่ 2 เช่นกัน
หลังรอบแรกปรับไปแล้ว 1 บาท/ขวด เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
ว่ากันว่าทิศทางราคาสินค้าหลังสงกรานต์ คงปรับราคาขึ้นอีกระลอก ในหลายรายการ

สาเหตุสำคัญเนื่องจากต้นทุนค่าขนส่งปรับสูงขึ้น อันเนื่องมาจากน้ำมันดีเซลที่รัฐจะไม่เข้าไปตรึงราคาอีกแล้ว เนื่องจากกองทุนน้ำมันติดลบมากขึ้นเรื่อยๆ
ขณะเดียวกันสงครามรัสเซีย-ยูเครน ก็ส่อยืดเยื้อ แถมราคาน้ำมันดิบโลกก็ผันผวนอยู่ตลอดเวลา
ประเทศไทยจึงโดนเข้าอย่างจัง อีกทั้งรัฐบาลก็เอาแต่ผลักภาระให้ประชาชน!!!

เภรี กุลาธรรม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน