ที่ประชุมมหาเถรสมาคม เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. มีมติห้ามพระภิกษุสามเณรเกี่ยวข้องกับกัญชา กัญชง และพืชกระท่อม

หลังกระทรวงสาธารณสุข ออกประกาศกำหนดให้กัญชา หรือกัญชง พ้นจากยาเสพติดให้โทษประเภท 5 เพื่อสนับสนุนด้านการแพทย์ และไม่ใช่สารเสพติดอีกต่อไป

ที่ประชุมมส.เป็นห่วงว่าประกาศดังกล่าวอาจส่งผลให้พระภิกษุสามเณรอาจใช้โอกาสนี้เพาะปลูก หรือเสพกัญชา กัญชง หรือกระท่อม โดยสำคัญผิดว่าทำแล้วไม่ผิดกฎหมาย เพราะไม่ได้เป็นยาเสพติดให้โทษแล้ว

อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ มีปรากฏนัยสำคัญในมหาปเทส 4 หมวดที่ 2 ดังนี้

1.สิ่งใดไม่ได้ทรงห้ามไว้ว่าไม่ควร แต่เข้ากันกับสิ่งที่ไม่ควรขัดกับสิ่งที่ควร สิ่งนั้นไม่ควร

2.สิ่งใดไม่ได้ทรงห้ามไว้ว่าไม่ควร แต่เข้ากันกับสิ่งที่ควรขัดกับสิ่งที่ไม่ควร สิ่งนั้นควร

3.สิ่งใดไม่ได้ทรงอนุญาตไว้ว่าควร แต่เข้ากันกับสิ่งที่ไม่ควรขัดกับสิ่งที่ควร สิ่งนั้นไม่ควร

4.สิ่งใดไม่ได้ทรงอนุญาตไว้ว่าควร แต่เข้ากันกับสิ่งที่ควรขัดกับสิ่งที่ไม่ควร สิ่งนั้นควร

ดังนั้น การเสพกัญชา กัญชง หรือกระท่อม ถึงแม้ว่าพระวินัยไม่ระบุไว้ชัดเจนเป็นการทำผิดพระวินัย

แต่ก็เป็นสิ่งมึนเมา ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท อาจนำมาซึ่งการกระทำผิดพระวินัยได้ อีกทั้งเป็นโลกวัชชะ ชาวโลกติเตียนด้วย

จึงเห็นว่าไม่เหมาะกับสมณสารูป หรือเพศบรรพชิต อยู่ในฐานะปูชนียบุคคลที่ได้รับการเคารพกราบไหว้ จึงไม่ควรมีอาจาระเยี่ยงคฤหัสถ์

ดังนั้นจึงมีแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสม ดังนี้

1.ห้ามวัดทุกวัดใช้พื้นที่วัดหรือที่ธรณีสงฆ์ เพาะปลูกกัญชา กัญชง และพืชกระท่อม

2.ห้ามพระภิกษุสามเณร เสพกัญชา กัญชง และใบกระท่อม เว้นแต่เป็นการบำบัดรักษาโรคตามแพทย์สั่ง

3.มอบสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ แจ้งเจ้าคณะผู้ปกครองทุกระดับ กำชับให้คณะสงฆ์ในปกครองปฏิบัติตามมตินี้อย่างเคร่งครัด

ตามมตินี้ วัดทั้งหลาย รวมถึงพระเณรทั่วประเทศ จะกระทำผิดจากแนวทางนี้มิได้!!

เภรี กุลาธรรม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน