ยังคงเป็นปัญหาที่สังคมติดตามด้วยความเป็นห่วงกังวล สำหรับกรณีกัญชาเสรี หรือการประกาศให้กัญชาพ้นออกจากบัญชียาเสพติด

ส่งผลให้เกิดการปลดล็อก หรือภาษาบ้านๆ ก็คือการปล่อยผีกัญชา

ทำให้เกิดการตั้งคำถามว่านี่คือหนทางที่ถูกต้องแล้วใช่ไหม สำหรับ การผลักดันกัญชาทางการแพทย์ หรือกัญชาเพื่อเศรษฐกิจ ตามที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุข ประกาศเจตนารมณ์ไว้

หรือมีวิธีการที่ดีกว่านี้ ที่จะทำให้การศึกษาด้านการแพทย์พัฒนาไปได้ และไม่ต้องกังวลถึงอนาคตลูกหลาน ที่เข้าถึงกัญชาได้ง่ายและอาจส่งผลเสียในอนาคต

เพราะต้องยอมรับกันว่ากัญชาไม่ใช่ของวิเศษ ที่รักษาได้ทุกโรค มีคุณประโยชน์และก็มีโทษเช่นกัน

จึงไม่แปลกที่หน่วยงานต่างๆ ที่เป็นห่วงในเยาวชน อนาคตของชาติ ต้องออกมาเรียกร้อง แม้จะต้องผิดใจกับผู้มีอำนาจ

เหมือนอย่างที่กรณี 851 หมอรามาธิบดี ลงชื่อเรียกร้องให้รัฐบาล ปิดสภาวะกัญชาสุญญากาศในทันที

ซึ่งข้อเรียกร้องก็คือยกเลิกสภาวะกัญชาเสรีไปก่อน เพื่อรอให้มีกฎหมายควบคุมที่รัดกุมเหมาะสม

แต่แทนที่จะได้รับการตอบสนอง นายอนุทินก็ออกมายืนยันอีกครั้งว่าแม้พ.ร.บ. ยังไม่ผ่านสภา แต่ก็มีประกาศสาธารณสุขออกมาคุ้มครอง

ทั้งที่ข้อเท็จจริง ยังไม่มีการใช้กฎหมายดังกล่าวดำเนินคดีกับผู้ใช้กัญชาเพื่อสันทนาการเลยแม้แต่รายเดียว

โดยอีกเหตุผลที่นายอนุทินให้ไว้ก็คือ “ผู้ประกอบการลงทุนทำสัญญาต่างๆ ไปมากแล้ว ทั้งกับโรงงานและการผลิตสินค้า”

กลายเป็นคำถามที่ดังกึกก้องสังคมว่าแล้วอนาคตเยาวชน อนาคตลูกหลานล่ะ!??

และเพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นรูปธรรม สธ.ก็ทำหนังสือถึงตร. เพื่อขอให้เข้มงวดจับกุม ใน 4 ประเด็นสำคัญ ที่ไม่ขออนุญาตศึกษาวิจัย ไม่ขออนุญาตส่งออก ไม่ขออนุญาตจำหน่าย และไม่ขออนุญาตแปรรูปเพื่อการค้า

กลายเป็นว่าสามารถจับได้กระทั่งแม่ค้าก๋วยเตี๋ยวที่ใส่ใบกัญชาลงในน้ำซุป!!!

แต่ก่อนจะบานปลาย สธ.ก็ต้องขอหนังสือกลับไปทบทวน

ทั้งหมดล้วนแล้วเป็นเครื่องยืนยันได้ว่าการใช้กฎหมายกับกัญชามีปัญหา!!

จึงเป็นเรื่องควรทบทวน อย่าเห็นแก่ประโยชน์นายทุนมากกว่าสุขภาพของประชาชนอีกเลย!!!

รุก กลางกระดาน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน