กระแสปรับครม. เริ่มปั่นกันมาตั้งแต่วันที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เข้าทำหน้าที่รักษาการนายกฯ แทนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ลุกลามกลายเป็นศึกสามเส้า พลังประชารัฐ ภูมิใจไทย ประชาธิปัตย์

จุดต้นเรื่องจากศาลฎีกาสั่ง นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาฯ พรรคภูมิใจไทย หยุดปฏิบัติหน้าที่ รอคำตัดสินคดีฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรงกรณีรุกป่า

คนทำให้เรื่องร้อนฉ่าขึ้นมาคือ นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ส.ส.นครศรีฯ พลังประชารัฐ ที่ยุยงพล.อ.ประวิตร ให้ถือโอกาสนี้ยกเครื่อง ครม.เสียใหม่

โดยเฉพาะส.ส.พื้นที่ภาคใต้ พลังประชารัฐ ที่ควรมีตำแหน่งรัฐมนตรีบ้าง ให้ครอบคลุมพื้นที่ศึกยุทธหัตถีในการเลือกตั้งครั้งหน้า

ภาคใต้ตอนนี้มีแต่รัฐมนตรีประชาธิปัตย์กับภูมิใจไทย สองพรรคที่กำลังช่วงชิงเสียงคนภาคใต้กันดุเดือด

แต่ที่เป็นจุดแตกหักคือการเสนอให้ยึดคืนโควตารัฐมนตรีกระทรวงใหญ่ กลับมาเป็นของพลังประชารัฐ เช่น เกษตรฯ-พาณิชย์ของประชาธิปัตย์ การท่องเที่ยวฯ-คมนาคมของภูมิใจไทย

พรรคร่วมรัฐบาลเกิดแรงกระเพื่อมหนัก

นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีฯ รองเลขาฯ ประชาธิปัตย์ ไม่พอใจอย่างแรงต่อคำพูดนายสัณหพจน์ มองว่าดูแคลนประชาธิปัตย์ ด้อยค่าคู่แข่งในพื้นที่เพื่อหวังผลในการเลือกตั้ง

มุ่งผลประโยชน์ตัวเองโดยไม่สนใจความรู้สึกพรรคร่วมที่ทำงานร่วมกันมาจนใกล้ครบเทอม ที่ผ่านมาอยู่ร่วมกันเหมือน “เสือกอด” มีแต่ความระแวงต่อกัน

“ผมอยากเสนอให้พรรคประชาธิปัตย์ ถอนตัวออกจากรัฐบาล” นายชัยชนะกล่าว

ขณะที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พูดเสียงแข็งถึงกระแสปรับ ครม. ว่า นางกนกวรรณ ยังเป็นรมช.ศึกษาธิการ เพียงแค่หยุดปฏิบัติหน้าที่

“เป็นเรื่องของพรรคที่จะปรับหรือไม่ปรับ ไม่มีใครมากำหนดได้”

เดือดร้อนถึงพล.อ.ประวิตร ต้องรีบห้ามทัพดับชนวน ยืนยันไม่มีการปรับครม. และไม่เคยพูดเรื่องยึดคืนโควตารัฐมนตรีพรรคร่วม

อันที่จริงช่วงนี้รัฐบาลอยู่ในสถานการณ์ลูกผีลูกคน จากคดีวาระนายกฯ 8 ปี ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

พรรคร่วมจึงควรกอดคอสามัคคีกันไว้ ไม่ควรเพิ่มความยุ่งยากหนักใจให้รักษาการนายกฯ โดยไม่จำเป็น

ยังไม่ทันเลือกตั้งก็หาเรื่องผลักมิตรเป็นศัตรู

ระวังพรรคฝ่ายประชาธิปไตยจะแลนด์สไลด์แบบไม่ต้องเหนื่อย

มันฯ มือเสือ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน