ตื่นเต้นเร้าใจขึ้นทุกขณะสำหรับคดีวาระดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 8 ปีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
จะได้ไปต่อ หรือพอแค่นี้
ล่าสุดศาลรัฐธรรมนูญผู้รับคดีไว้พิจารณาวินิจฉัยได้รับคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาของฝ่ายผู้ถูกร้องคือ พล.อ.ประยุทธ์ เรียบร้อยแล้ว
รวมถึงคำชี้แจงของ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตสมาชิกคสช. และอดีตประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ หรือ กรธ. ที่ คสช.แต่งตั้งขึ้น กับของ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ อดีตเลขาฯ กรธ.
ตลอดจนความเห็นด้านกฎหมายของบุคคลตามที่ผู้ร้องคือ พรรคฝ่ายค้านยื่นเพิ่มเติมต่อศาลผ่านประธานสภา
ทั้ง 51 อาจารย์นิติศาสตร์จาก 15 มหาวิทยาลัย ความเห็นนายพรสันต์ เลี้ยงบุญเลิศชัย อาจารย์นิติศาสตร์ จุฬาฯ และอาจารย์สมลักษณ์ จัดกระบวนพล อดีตผู้พิพากษา และอดีต ป.ป.ช.
เหล่านี้ถึงมือศาลรัฐธรรมนูญหมดแล้วเช่นกัน
เนื้อหาสาระหลักคำแก้ต่างของฝ่ายผู้ถูกร้อง ยังยืนยันวาระนายกฯ 8 ปีของ พล.อ.ประยุทธ์ ตามรัฐธรรมนูญปี 60
ต้องเริ่มนับจากวันรัฐธรรมนูญประกาศใช้ 6 เม.ย. 2560
ขณะที่ฝ่ายผู้ร้องหยิบยกบทบัญญัติรัฐธรรมนูญมาตรา 158 วรรคสี่ มาตรา 170 วรรคสอง และบทเฉพาะกาลมาตรา 264
ยืนยันวาระนายกฯ 8 ปีต้องเริ่มนับจาก 24 สิงหาคม 2557 วันที่ได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง และสิ้นสุดลงในวันที่ 24 สิงหาคม 2565
รัฐธรรมนูญฉบับเดียวแต่ตีความกันคนละแบบ จะอย่างไรศาลรัฐธรรมนูญจะเป็นผู้พิจารณาวินิจฉัยชี้ขาด
สำหรับการประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนัดพิเศษวันที่ 8 ก.ย.นี้ หลักๆ จะเป็นการหารือว่าจะมีแนวทางการพิจารณาอย่างไร
รวมถึงพิจารณาพยานหลักฐานต่างๆ ว่า สิ้นข้อสงสัยเพียงพอจะนัดลงมติวินิจฉัยได้หรือไม่
หากพบว่ายังไม่สิ้นข้อสงสัย ก็ต้องแสวงหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมต่อไป
แต่หากสิ้นข้อสงสัย ศาลรัฐธรรมนูญจะกำหนดวันนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ ลงมติและอ่านคำวินิจฉัยให้คู่กรณีฟัง
เป็นไปตามระเบียบวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ต้องทอดเวลาออกไปอีกอย่างน้อย 15 วัน เพื่อนัดลงมติวินิจฉัยคดี
ถ้านับตามปฏิทิน 15 วันนับจาก 8 ก.ย. จะตรงกับวันศุกร์ 23 ก.ย.
แต่ถ้ายึดตามวันศาลรัฐธรรมนูญประชุมตามปกติทุกวันพุธ ก็จะเป็นวันพุธ 21 ก.ย.
วันนั้น ไม่เพียงเป็นวันชี้ชะตา พล.อ.ประยุทธ์ แต่ยังเป็นวันกำหนดชี้ชะตากรรมบ้านเมืองอีกด้วย
มันฯ มือเสือ