นับเป็นอีกครั้งที่ประเทศไทยมีชื่อเป็นข่าวระดับโลก แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นในทิศทางที่ดีมากนัก
เมื่อน.ส.ฮาน เลย์ อดีตมิสแกรนด์เมียนมา ปี 2020 ที่เดินทางมาจากเวียดนามเข้าไทย ถูกปฏิเสธเข้าประเทศ พร้อมกดดันส่งตัวกลับประเทศต้นทางนั่นก็คือเวียดนาม
จึงต้องเรียกร้องขอความช่วยเหลือเนื่องจากเกรงว่าจะถูกส่งกลับเมียนมา
และอาจจะเกิดอันตรายถึงชีวิตได้ เพราะฮาน เลย์ แสดงออกอย่างชัดเจนในการต่อต้านรัฐบาลทหารพม่า
จนถูกหมายเรียกและดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นประมาทและให้ร้ายประเทศชาติ
ทำให้ต้องพำนักในประเทศไทยต่อเนื่องมาหลังจากประกวด กระทั่งมีปัญหาเรื่องการต่อวีซ่าจนต้องเดินทางไปเวียดนามเพื่อกลับมาไทยอีกครั้ง
แต่ครั้งนี้รัฐบาลทหารพม่าเพิกถอนหนังสือเดินทาง และฝ่ายไทยก็แสดงท่าทีทันทีว่าไม่ยอมให้เข้าประเทศ
แน่นอนว่าหากพูดถึงเรื่องข้อกฎหมาย สำหรับทางการไทย ก็พอจะกล้อมแกล้มอธิบายได้
แต่หากการตั้งคำถามถึงเรื่องสิทธิมนุษยชน แถมยังเห็นได้อย่างชัดเจนด้วยว่ารัฐบาลทหารเมียนมานั้นดำเนินการอย่างไรกับผู้เห็นต่าง
ย่อมไม่เหมาะสมด้วยประการทั้งปวงที่จะเพิกเฉยกับความสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้น โดยอ้างหลักกฎหมาย
ในที่สุดก็ต้องมีเจ้าหน้าที่ยูเอ็นเอชซีอาร์ และทูตประเทศที่ 3 เข้ามาให้ความช่วยเหลือ ในขณะที่ไทยนิ่งเฉย
และหากนำไปเทียบเคียงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนนี้ เมื่อเครื่องบินรบเมียนมาล้ำเข้ามาในเขตอธิปไตยของไทย เพื่อวกไปทิ้งระเบิดเข่นฆ่าทำลายชนกลุ่มน้อย
ลามกระทบต่อประชาชนคนไทยตาดำๆ ที่อยู่ตามแนวชายแดนอีกด้วย
รัฐบาลไทย หรือหน่วยงานใดๆ กลับไม่เคยออกมาตอบโต้ อ้างหลักกฎหมายระหว่างประเทศ แสดงออกถึงความต้องการคุ้มครองให้ความปลอดภัยของประชาชนคนไทย
มีแต่ความเข้าอกเข้าใจกองทัพเมียนมา จนเกิดความกังขาถึงประสิทธิภาพในการปกป้องอธิปไตยของชาติ
จึงเป็นเรื่องสำคัญที่รัฐบาลไทยต้องแสดงจุดยืนที่เหมาะสม และกล้าทำในสิ่งที่ถูกต้อง
ไม่ให้สถานะประเทศตกต่ำลง จนยากจะกอบกู้ขึ้นมาได้ !!!
รุก กลางกระดาน