เปิดสมัยประชุมสภาครั้งสุดท้าย 1 พ.ย. ยาวไปถึง 28 ก.พ.ปีหน้า ถ้าไม่ยุบสภาเสียก่อน
แค่ระฆังยกแรกดัง พรรคการเมืองก็ปรี่เข้าตะลุมบอนกันดุเดือด ฝ่ายค้านเพลี่ยงพล้ำก่อน ร่างพ.ร.บ.สุราก้าวหน้า พ่ายเกมการเมืองในสภาให้ฝ่ายรัฐบาล ที่โหวตเฉือนชนะไป 2 คะแนนเสียง
รัฐบาลคว่ำร่างกฎหมายสำเร็จ แต่ต้องแลกด้วยเสียงโจมตีว่าทำเพื่อปกป้องทุนใหญ่ผูกขาด ไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ประชาชนผู้ประกอบการรายย่อย ตรงนี้จะเป็นตราบาปที่จะมีผลกระทบไปถึงช่วงเลือกตั้ง
ฝ่ายค้านถึงจะแพ้โหวตในสภา แต่ก็รีบปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ ประกาศใช้เป็นนโยบายหาเสียงเลือกตั้ง
พรรคก้าวไกลแถลงเดินหน้าผลักดันพ.ร.บ.สุราก้าวหน้าต่อไป หวังเป็นประตูบานแรกทลายระบบทุนผูกขาด ขณะที่พรรคเพื่อไทยก็ออกแถลงการณ์ ชูนโยบาย “สุราประชาชน” ยกระดับแนวทางจาก “สุราชุมชน” ยุครัฐบาลไทยรักไทย
ส่วนประเด็นร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชง ที่กำลังเป็นสงครามวิวาทะพรรคร่วมรัฐบาล ภูมิใจไทยกับประชาธิปัตย์ ที่มวยใหญ่ระดับ 2 หัวหน้าพรรค “อนุทิน-จุรินทร์” ระเบิดศึกน้ำลาย ด่ากันไฟแลบ
จากนี้ไปจนยุบสภา ภูมิใจไทย-ประชาธิปัตย์น่าจะเลยจุดไกล่เกลี่ย ต้องแยกกันเดิน ทางใครทางมัน ค่อยไปว่ากันใหม่หลังเลือกตั้ง ส่วนช่วงเลือกตั้ง ประชาธิปัตย์เตรียมจัดทำนโยบายหาเสียงต้านกัญชาเสรีสุดขั้ว ให้ใช้ได้ทางการแพทย์เท่านั้น
เรื่องกัญชาเสรี ประยุทธ์-พลังประชารัฐจะแสดงจุดยืนต้องระวัง เพราะเป็นดาบสองคม อย่าผลีผลามไม่ปรึกษาใครเหมือนเห็นชอบกฎกระทรวงมหาดไทย ขายที่ดินให้ต่างชาติ 1 ไร่แลกเงินลงทุน 40 ล้าน
จนถูกเอ็นจีโอ ภาคประชาสังคม การเมืองฝ่ายตรงข้ามต่อต้าน วาทกรรม “ขายชาติ” ถูกปลุกให้คนไม่ชอบรัฐบาลไม่ชอบมากขึ้น คนที่ชอบรัฐบาลก็เริ่มตะขิดตะขวงใจเพราะเคยด่าทักษิณไว้ในกรณีคล้ายกัน
ทางที่ดีรัฐบาลควรชะลอเรื่องไว้ก่อน รอรัฐบาลหลังเลือกตั้งใหม่เข้ามาเป็นผู้ดำเนินการ ระหว่างนี้ทุกพรรคสามารถใช้นโยบายนี้มาดัดแปลงรณรงค์หาเสียง เหมือนสุราประชาชน สุราก้าวหน้า อย่างที่เพื่อไทย-ก้าวไกลทำ หรือถ้ารวมรายละเอียดเรื่องกัญชาเสรีเข้าไปด้วย
แล้วให้ประชาชนส่วนใหญ่ตัดสินใจ เอา-ไม่เอา เลือก-ไม่เลือก แบบนี้ถึงจะเรียกว่าระบอบประชาธิปไตยโดยแท้จริง
มันฯ มือเสือ