ใกล้เข้ามาแล้วสำหรับมหกรรมกีฬาระดับโลกอย่างฟุตบอลโลก 2022 ที่จะระเบิดแข้งกันที่กาตาร์ ในวันที่ 20 พ.ย.นี้
สำหรับไทยที่ไม่ได้มีโอกาสเข้าแข่งขันรอบสุดท้าย จึงเหลือเพียงการติดตามรับชมการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ ให้รู้สึกได้มีส่วนร่วม
ขณะที่รัฐบาล ก็ประกาศชัดเจนว่าจะต้องเดินหน้าซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดมาให้คนไทยได้ดูครบทุกแมตช์การแข่งขัน
โดยจะใช้เงินจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง ของกสทช.มาซื้อเอง
ไม่หวังพึ่งเอกชน หรือเอาเข้าจริงก็คงไปเรี่ยไร หรือขอความร่วมมือได้ยาก ยิ่งในภาวะเศรษฐกิจยุคนี้
แม้จะเป็นเรื่องใหม่ แต่ก็พอรับฟังได้ เพราะก่อนหน้านี้กสทช.ก็เคยร่วมสนับสนุนการจัดซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดกีฬามาก่อนแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเอเชียนเกมส์ หรือโอลิมปิก
แต่ที่ถูกพูดถึงกันมากในครั้งนี้ และมีความเห็นแตกต่างวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง ก็เพราะกกท.ได้ของบประมาณสนับสนุนเป็นเงิน 1.6 พันล้านบาท
ถือเป็นตัวเลขที่สูงมาก หากเทียบกับชาติอาเซียน ที่ต้องจ่ายไปก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็นเวียดนามที่จ่าย 532 ล้านบาท มาเลเซีย 261 ล้านบาท หรือสิงคโปร์ ที่จ่ายในราคา 948 ล้านบาท
แล้วทำไมเราถึงต้องจ่ายสูงขนาดนั้น!??
แม้จะมีข้อมูลว่าที่ราคาสูง เนื่องจากทราบว่าไทยมีกฎมัสต์แฮฟ หรือต้องถ่ายทอดสดให้คนไทยได้ดูฟรี
ทำให้เอเยนต์ของฟีฟ่าเรียกราคาที่สูงจนดูเหมือนจะเป็นการขูดรีด
จึงไม่แปลกที่ฝ่ายไม่เห็นด้วยออกมาคัดค้าน ทั้งเรื่องการใช้จ่ายเงินจากภาครัฐว่ามีความเหมาะสมหรือไม่เพียงใด
รวมทั้งขัดกับวัตถุประสงค์ของกองทุนดังกล่าวหรือไม่อย่างไร
ทั้งหมดจึงจะเป็นคำถาม และจับตาไปยังการตัดสินใจของกสทช. และรัฐบาล ว่าจะมีบทสรุปเป็นอย่างไร
และปัญหาที่เกิดขึ้น ส่วนหนึ่งก็เกิดจากการเข้าไปแทรกแซงกลไกตลาด ทั้งเรื่องกฎมัสต์แฮฟ และการบริหารงานภาครัฐ
ซึ่งก็หวังว่าหลังจากจบเรื่องจบราวคราวนี้ จะได้ทบทวนแก้ปัญหาอย่างจริงจัง
ไม่ใช่พอผ่านไปก็นิ่งเฉย มีปัญหาก็มาแก้เอาเฉพาะหน้า แล้วก็ใช้เงินประชาชนมาใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่าย
ไม่ได้เป็นผลดีเลยจริงๆ!!
รุก กลางกระดาน