ถือเป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ของประเทศ สำหรับเหตุเรือรบหลวงสุโขทัย อับปางกลางอ่าวไทย เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและสูญหายจำนวนมาก
ซึ่งต้องแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับผู้สูญเสีย และเอาใจช่วยเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ที่เข้าช่วยเหลือกำลังพลอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ดังกล่าวก็มีประเด็นที่จะต้องถกเถียงเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงชัดเจนว่าสาเหตุของเรื่องดังกล่าวเกิดจากอะไรกันแน่
จึงสำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องทบทวนไทม์ไลน์ก่อนเกิดเหตุและหลังเกิดเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการแจ้งเตือนสภาพอากาศ ว่าอันตรายในการเดินทางหรือไม่อย่างไร
ขั้นตอนปฏิบัติหลังเกิดเหตุเป็นอย่างไร ได้ดำเนินการตามแนวทางที่เหมาะสมหรือไม่
จำนวนเสื้อชูชีพที่สรุปแล้วว่าไม่เพียงพอ ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น แล้วขั้นตอนแนวปฏิบัติความปลอดภัยเป็นอย่างไร
ประสิทธิภาพของเรือทั้งที่มีการซ่อมบำรุงด้วยงบประมาณเกือบ 4 พันล้านบาทในระยะเวลา 3 ปี ทำไมไม่อยู่ในศักยภาพที่ทำงานได้เต็มที่ ป้องกันอุบัติเหตุหรือเหตุร้ายต่างๆ
รวมทั้งหลังเกิดเหตุแล้วขั้นตอนการเข้าช่วยเหลือเป็นอย่างไร มีกู้ภัยทางทะเล มีอากาศยานช่วยเหลือ ระบบติดตามตัวไม่ว่าจะเป็นแพยาง เสื้อชูชีพ มีหรือไม่ เพราะอย่างที่ทราบว่าการเข้าช่วยเหลือที่รวดเร็ว ย่อมลดโอกาสความสูญเสียได้มาก
นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องการสื่อสารข้อมูลจากหน่วยงานหลัก ซึ่งก็คือกองทัพเรือเองที่สมควรให้ข้อมูลที่ถูกต้องชัดเจน
เพราะที่ผ่านมามีการเปลี่ยนแปลงของข้อมูลหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องออกทำภารกิจลาดตระเวนช่วยเหลือเรือผู้ประสบภัย แต่ต่อมาก็ยอมรับว่าไม่ใช่
การเอียงของเรือที่เกิดขึ้นหลายชั่วโมง ซึ่งกองทัพเรือก็ยืนยันตลอดว่าลูกเรือทุกคนปลอดภัย จนทำให้การประเมินสถานการณ์ผิดพลาด และกว่าจะรู้ว่ามีลูกเรือถึง 29 คนที่ต้องลอยคอในทะเล ก็ล่าช้าเกินไปหรือไม่
หรือกระทั่งเรื่องชูชีพ ที่ก่อนผบ.ทร.จะแถลงรับว่ามีไม่พอ ก็ยังออกข่าวว่ามีครบทุกคน
ทั้งหมดล้วนส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่น
ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นประเด็นที่น่าเป็นห่วง และไม่ใช่การกล่าวหาให้ร้าย
เพียงแค่อยากให้ตระหนัก เพื่อไม่ให้เกิดเหตุสลดเช่นนี้ซ้ำอีก!!!
รุก กลางกระดาน