กว่า 3 สัปดาห์แล้วที่ ‘ตะวันและแบม’ 2 สาวที่อายุ 20 กว่าปีได้ยื่นถอนประกันตัวเอง และถูกควบคุมตัวกักขังที่ทัณฑสถานหญิง ก่อนจะประกาศอดอาหารและน้ำจนร่างกายทรุดโทรมต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ รังสิต
ซึ่งสภาพอาการก็ไม่ได้อยู่ในภาวะที่ดีนัก ทั้งคู่มีทั้งตาพร่ามัว อ่อนเพลีย ปากแห้ง ภาวะเลือดเป็นกรด โพแทสเซียม และน้ำตาลในเลือดต่ำ
แม้ในทางการแพทย์จะระบุว่าด้วยสัญญาณชีพต่างๆ ยังไม่ถึงขั้นวิกฤต แต่ในความรู้สึกสำนึกของปุถุชนคนธรรมดาย่อมมองเห็นแล้วว่าไม่ใช่เหตุการณ์ปกติที่จะเกิดขึ้นกับใครก็ได้
และหากย้อนไปดูคดีที่ทั้งโดน
เมื่อมาดูข้อเรียกร้องที่ทั้งสองต้องการ นั่นก็คือการให้นักโทษทางการเมือง หรือที่เรียกว่านักโทษทางความคิด หรือผู้เห็นต่าง มีสิทธิ์ได้ประกันตัวออกไปต่อสู้คดี
ซึ่งก็เป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมาย เป็นไปตามแนวทางที่ศาลฎีกาเคยวางไว้เป็นนโยบายด้วยซ้ำ
แล้วทำไมเรื่องดังกล่าวจึงเกิดปัญหาขึ้นมาได้!!!
แน่นอนว่าในสังคมที่อยู่ร่วมกันเป็นจำนวนมาก ย่อมมีความหลากหลายทางความคิด และการแสดงออก การอยู่ร่วมกันจำเป็นต้องมีกฎหมายออกมาควบคุมดูแล เป็นกฎกติกาของสังคมให้อยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ
แต่ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถตีความขยายเกินขอบเขตของตัวบทกฎหมาย ยิ่งไปกระทบสิทธิของประชาชนแล้ว ยิ่งไม่สมควร
ไม่เพียงแค่นั้น ความเห็นที่แตกต่างย่อมไม่ใช่ความผิดทางกฎหมาย การหาทางออกย่อมต้องมีหนทางที่เหมาะสม
สุดท้ายแล้วไม่ว่าใครจะเห็นด้วยกับ ‘ตะวัน-แบม’ หรือไม่ ก็เป็นเรื่องถกเถียงกันได้
แต่ที่เป็นจุดใหญ่และสำคัญเร่งด่วน ก็คือ ต่อให้เป็นคนที่อำมหิตอย่างที่สุด ก็คงไม่มีใครอยากเห็นการสูญเสีย หรือการเสียชีวิตของทั้งคู่
จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องส่งเสียงเรียกร้องให้แก้ไข ให้เปลี่ยนแปลง อย่าให้ประเทศนี้กลายเป็นประเทศกินคน กินชีวิตลูกหลานของเราเอง
อย่าให้ต้องหมดหวังยิ่งไปกว่านี้เลยจริงๆ!!
รุก กลางกระดาน