จุดประเด็นสร้างความฮือฮาขึ้นมาอีกครั้ง สำหรับกรณีของนายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา ที่ออกมาระบุถึง ‘พรรคส.ว.’ ว่าจะปิดทางแลนด์สไลด์ของพรรคเพื่อไทย
ดับฝันไม่ให้อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีให้ได้ แม้จะได้คะแนนมาเป็นอันดับ 1 ก็ตาม
แม้จะมีคำชี้แจงจากส.ว.อื่นๆ ว่าเป็นเพียงความเห็นส่วนตัว
แต่หากดูจากที่มาของส.ว. ทั้งหมดแล้ว รวมทั้งการโหวตเลือก พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาเป็นนายกฯ เมื่อปี 2562 ที่แม้จะได้รับสนับสนุนจากพลังประชารัฐ ที่ได้ส.ส.มาเป็นอันดับ 2 แบบพร้อมเพรียงกัน ไม่มีใครแตกแถวเลยแม้แต่น้อย
ก็พอจะมองเห็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้พอสมควร
แน่นอนว่าท่าทีเช่นนี้ย่อมทำให้เข้าใจว่าทำไมความพยายามปิดสวิตช์ส.ว. ด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตัดอำนาจเลือก นายกฯ ถึงถูกสกัดกั้น และไม่เป็นผลสำเร็จ
เพราะเรื่องนี้กลายเป็นอาวุธสำคัญ ที่ออกแบบมาสำหรับการสืบทอดอำนาจ และสกัดฝ่ายตรงข้ามนั่นเอง
และเมื่อที่มาของส.ว.ไม่มีอะไรที่ยึดโยงกับประชาชนเลยแม้แต่น้อย ความเกรงอกเกรงใจใดๆ จึงไม่จำเป็นต้องมี
อย่างไรก็ตามเจตนาก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่จะสำเร็จหรือไม่ก็เป็นเรื่องที่ต้องดูกันต่อไป
เพราะการประกาศดังกล่าว นอกจาก พุ่งเป้าไปที่เพื่อไทย ยังไปพาดพิงถึงพรรคการเมืองอื่นๆ ด้วย
อย่างภูมิใจไทย ที่ปราศรัยชัดเจนว่าพล.อ.ประยุทธ์ไร้ประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ คนไม่มีเงินในกระเป๋า
หากผลเลือกตั้งมา ชนะพรรคลุงตู่ หรือลุงป้อม จะต้องยอมตาม ‘พรรคส.ว.’ โหวตให้หรือไม่
แล้วถ้าเป็นเช่นนั้นจะตอบคำถามประชาชนที่อุตส่าห์เลือกเพราะหวังจะเห็นนายอนุทิน เป็นนายกฯ ได้อย่างไร
เกียรติของพรรคการเมืองไปอยู่ตรงไหน!??
เช่นเดียวกับพรรคประชาธิปัตย์ หรือพรรคการเมืองอื่นๆ ที่ต้องเผชิญกับภาวการณ์ดังกล่าวเช่นกัน
ซึ่งก็ต้องดูว่าพรรคการเมืองที่ลงทุนลงแรง สู้ศึกในสนามเลือกตั้ง สุดท้ายแล้วจะเดินตามก้นส.ว.ลากตั้งทั้งหลาย ก็คงเป็นภาพที่น่าดูชม
การเมืองไทยมาถึงจุดที่อะไรที่ไม่เคยเห็นก็คงจะได้เห็น อะไรไม่เคยเกิดก็จะได้เกิดฃ
เป็นอนาคตที่น่าสนใจจริงๆ!!!
รุก กลางกระดาน