สมกับเป็นพรรคมือวางอันดับ 1 ในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง
ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2566 พรรคเพื่อไทย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคกล่าวปาฐกถาพิเศษ ตอนหนึ่งได้ประกาศปรับเป้าหมายแลนด์สไลด์ กระโดดข้ามตัวเลข 250 ไปเป็น 310
เพิ่มทีเดียว 60 ที่นั่ง มากกว่าจำนวนส.ส.พรรคการเมืองขนาดกลางบางพรรคในขณะนี้เสียอีก
แรกเริ่มเดิมทีเมื่อประมาณปลายปี 2564 พรรคเพื่อไทยประกาศยุทธศาสตร์แลนด์สไลด์เป็นครั้งแรก
หัวใจสำคัญคือถ้ามีการเลือกตั้งเมื่อไหร่ เพื่อไทยต้องชนะให้ได้ส.ส.เกินครึ่งสภา 250 เสียงให้ได้
ตอนนั้นหลายคนเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งว่าจะเป็นไปได้ แต่ถึงจะเป็นไปได้ สุดท้ายก็ยังฝ่าด่าน 250 ส.ว.มีสิทธิ์โหวตเลือกนายกฯ ไปไม่ได้อยู่ดี
เพราะต่อให้ได้ 250 เสียงจริง ก็ยังต้องไปหาพรรคฝ่ายประชาธิปไตยด้วยกันมาบวกให้ได้อีก 126 เสียง
เพื่อที่จะรวมกันเกิน 375 เสียง ซึ่งเป็นจำนวนกึ่งหนึ่งของที่ประชุมรัฐสภาในการโหวตเลือกนายกฯ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องง่ายอยู่ดี
ตรงนี้เองเป็นที่มาคำทำนายว่า ต่อให้พรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้งมาเป็นพรรคอันดับ 1 แต่ก็จะไม่ได้เป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลอยู่ดี
ส่วนจะเป็นเพราะฤทธิ์เดชของ 250 ส.ว.มรดกอำนาจ คสช.หรือไม่ เป็นเรื่องที่สังคมรู้กันอยู่
แต่ถึงจะเป็นไปได้ยาก เป้าหมายแลนด์สไลด์ของพรรคเพื่อไทยก็สร้างความหวั่นไหวให้กับพรรคอื่นๆ ไม่น้อย
แม้แต่นายปิยบุตร แสงกนกกุล ก็ยังวิเคราะห์ หมากแลนด์สไลด์ของพรรคเพื่อไทยเป็นปัญหาของพรรคก้าวไกลที่ต้องหาทางแก้เกมให้ได้ หากต้องการได้รับคะแนนเลือกตั้งส.ส.เขตมากกว่านี้
กระแสเพื่อไทยแลนด์สไลด์จากเดิมตั้งเป้าไว้ที่ 250 เสียง เริ่มแรงและได้รับการยอมรับมากขึ้น
หากดูจากผลสำรวจโพลที่ออกมาเป็นระยะ พบว่าทั้งพรรคเพื่อไทย และอุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ได้รับคะแนนนิยมสูงมากในภาพรวมทุกภาคทั่วประเทศ ไม่เว้นแม้แต่ในพื้นที่ภาคใต้
จังหวะนี้เองที่เริ่มมีการพูดถึงตัวเลขแลนด์สไลด์ 280 เสียง
จวบจนกระทั่งเมื่อมีการเปิดชื่อของเศรษฐา ทวีสิน ออกมาว่าจะมาเป็น 1 ในว่าที่แคนดิเดตนายกฯ ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยบวก ส่งผลให้หุ้นพรรคเพื่อไทยปรับตัวสูงขึ้นไปอีกขั้น
อย่างที่หมอชลน่านกล่าวปาฐกถา ประกาศข้ามผ่านจุด 250 เสียง ไปสู่หมุดหมายใหม่ 310 เสียง จัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้งที่เป็นของประชาชนอย่างแท้จริง
พร้อมปิดฉากประยุทธ์ลงโดยสิ้นเชิง
มันฯ มือเสือ