เป็นพายุแห่งการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง สำหรับผลการเลือกตั้งทั่วไปที่ผ่านมา

จากที่คาดการณ์กันว่าฝ่ายค้านเดิมน่าจะชนะ โดยมีเพื่อไทย เป็นอันดับ 1 ที่หวังจะถึงขั้นแลนด์สไลด์

กลายเป็นก้าวไกล กวาดส.ส.ได้มากมายทั้งแบบเขตและบัญชีรายชื่อ ถึง 152 เสียง ขึ้นมาเป็นอันดับ 1 และกลายเป็นพรรคที่มีภารกิจจัดตั้งรัฐบาล และมีนายกฯ ที่ชื่อพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกฯ คนที่ 30

เป็นความพ่ายแพ้ของเพื่อไทย ที่สืบเนื่องจากยุคไทยรักไทย ในการเลือกตั้งครั้งแรก ตั้งแต่ลงสนามเลือกตั้งในปี 2544

ซึ่งเชื่อว่าพรรคเพื่อไทย คงต้องนำไปทบทวนว่าเหตุใดในเกมเลือกตั้งที่ตัวเองช่ำชอง ถึงได้แพ้พ่ายได้

อย่างไรก็ตามในภาพรวมของสถานการณ์ หากรวมทั้งก้าวไกล และเพื่อไทย ที่เป็น 2 พรรคฝ่ายค้านเดิม ที่ได้คะแนนบัญชีรายชื่อถึงกว่า 24 ล้านเสียง

ย่อมเป็นตัวชี้วัดความต้องการของประชาชนได้ว่าต้องการเปลี่ยนข้างจากฝั่งพล.อ.ประยุทธ์

ซึ่งหากในประเทศที่เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ผลการเลือกตั้งก็ชี้วัดได้แล้ว เห็นหน้ารัฐบาล รู้ตัวนายกฯ กันชัดเจน

แต่ปัญหาก็คือเรื่องนี้เกิดขึ้นในประเทศไทย!!

คำถามเรื่อง 376 เสียงจึงดังกระหึ่ม เพราะไปนำ 250 ส.ว. มารวมในสมการการโหวตเลือกนายกฯ ด้วย

จึงเป็นข้อสรุปที่หลายฝ่ายเห็นตรงกันว่าหากยังสำนึกรู้ผิดชอบ 250 ส.ว.นี่แหละคืออุปสรรคในการพัฒนาประชาธิปไตยของประเทศไทย

ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องตระหนักให้ดีว่าหากโหวตสวนกับฉันทามติของประชาชน จะเกิดปฏิกิริยาอย่างไร

และต้องไม่ลืมว่าการที่ก้าวไกลได้เสียงถล่มทลายเช่นนี้ ก็เพราะมีรัฐบาลประยุทธ์ ส.ว. องค์กรอิสระ และองค์กรอีกสารพัด มาเป็นตัวเทียบเคียง

ทำให้คนส่วนใหญ่อดรนทนไม่ได้ ต้องแสดงออกมาในการเลือกตั้ง ด้วยการเลือกก้าวไกล ที่มีนโยบายสุดขั้วไปอีกฝั่ง

เหมือนกาน้ำเดือดที่ต้องการรูระบาย

และเมื่อการเลือกตั้งเป็นทางออกแล้ว ยังจะถือดีเอามือไปปิดพวยกา

ก็ต้องเตือนว่าระวังจะถูกระเบิดใส่ ถ้าโชคดีก็คงแค่บาดเจ็บ แต่หากไฟไหม้บ้านรุนแรงถึงชีวิต ลามถึงครอบครัววงศ์ตระกูล

ก็คงเป็นเรื่องน่าเศร้าไม่น้อย!!!

รุก กลางกระดาน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน