การเมืองเดินหน้าเข้าสู่สัปดาห์ที่ 7 หลังการเลือกตั้ง
กกต.ประกาศรับรองผลส.ส.ครบร้อยเปอร์เซ็นต์ 500 คน เร็วกว่ากำหนดเส้นตาย ทำให้ไทม์ไลน์ส่วนอื่นๆ ขยับเร็วตาม
เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่พระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภา วันจันทร์ที่ 3 ก.ค.
จากนั้นต่อด้วยการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นัดแรก เพื่อเลือกประธานสภาและรองประธานสภาอีก 2 คน คาดว่าจะวันที่ 4 ก.ค.
ส่วนการประชุมร่วมรัฐสภาโหวตเลือกนายกฯ ยังระบุวันแน่ชัดไม่ได้ ขึ้นอยู่กับประธานสภาจะนัดประชุม แต่ก็ไม่น่าจะเกินกลางเดือนก.ค.
สัปดาห์ที่ 7 จึงโฟกัสไปที่การนัดหมายพูดคุยกันระหว่างพรรคก้าวไกลกับเพื่อไทย 28 มิ.ย. เพื่อเคลียร์ตำแหน่งประธานสภาให้จบ ไม่ให้กระทบไปถึงการโหวตนายกฯ และการจัดตั้งรัฐบาล
เพราะสิ่งที่ประชาชน รวมถึงภาคเอกชนนักธุรกิจอยากเห็นในตอนนี้คือ การจัดตั้งรัฐบาลใหม่โดยเร็ว เพื่อเข้ามาขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ แก้ไขปัญหาปากท้องประชาชน
อย่างที่นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย ประกาศจุดยืนชัดเจน เรียกร้องไปยังทุกฝ่ายให้ร่วมกันสนับสนุนนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกฯ เพื่อจัดตั้งรัฐบาลใหม่โดยเร็ว
เพราะการจัดตั้งรัฐบาลล่าช้า ทำให้การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้องประชาชน ล่าช้าตามไปด้วย
การลงทุนต่างๆ ก็ชะลอ นโยบายหลักที่จะมากระตุ้นเศรษฐกิจก็หยุดชะงัก โดยเฉพาะการขึ้นค่าแรงที่เป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากเป็นรายได้พื้นฐานของประชาชนทุกคน
นายเศรษฐา ย้ำว่า ปากท้องประชาชนเป็นเรื่องใหญ่ การเมืองเป็นเรื่องรอง จึงอยากเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเปิดทางให้มีการจัดตั้งรัฐบาลโดยเร็ว
สิ่งที่นายเศรษฐา พูดมาทั้งหมด ล้วนตรงกับสิ่งที่สังคมไทยต้องการ จะมีก็แต่การเมืองขั้วอำนาจเก่า กับพวก “ส.เสี้ยม” ทำตัวเป็นจระเข้ขวางคลอง อาลัยอาวรณ์กับอำนาจที่กำลังจะสูญเสีย
จึงต้องหาทางพยายามยื้อยุดไว้ให้ถึงที่สุด ทั้งที่รู้ว่าหนทางกลับคืนสู่อำนาจได้ถูก “ตอกฝาโลง” ปิดตายไปแล้วตั้งแต่ 14 พ.ค.
ด้วยวิถีทางประชาธิปไตยต่อให้เลวร้ายที่สุด “พิธา” ไม่ได้เป็นนายกฯ ก้าวไกลไม่ได้เป็นแกนนำตั้งรัฐบาล
ก็ยังมีพรรคอันดับสองที่จะมารับช่วงแทน สานต่อเจตนารมณ์ประชาชนผู้รักประชาธิปไตยครึ่งค่อนประเทศ
ความคิดที่จะอาศัย ส.ว. และ ส.เสี้ยม ตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย แม้จะไม่ใช่ฝันลอยๆ
แต่ก็ไม่ต่างจากการขุดหลุมฝังตัวเองให้ลึกลงไปกว่าที่เป็นอยู่
มันฯ มือเสือ