เดือนกรกฎาคมได้รับการคาดการณ์ว่าจะเป็นห้วงเวลาแห่งความร้อนแรงทางการเมือง หลังจากส.ส.ทุกพรรคเข้ารายงานตัวต่อสำนักงานสภาผู้แทนราษฎรครบถ้วนทั้ง 500 คน

เริ่มจากรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา ครั้งแรกวันที่ 3 กรกฎาคม

จากนั้นจะเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรกอีกเช่นกัน เพื่อเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร 1 คน และรองประธานสภาผู้แทนราษฎรอีก 2 คน ในวันที่ 4 กรกฎาคม

การเลือกประธานสภาเป็นกระจก บานแรกที่สะท้อนถึงการจับมือร่วมกันของ 8 พรรคพันธมิตรที่มีพรรคก้าวไกลเป็นแกนนำ ยังคงมีความเหนียวแน่นเหมือนเดิมเมื่อครั้งร่วมลงนาม MOU จัดตั้งรัฐบาลเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคมที่ผ่านมาหรือไม่ อย่างไร

การได้มาซึ่งประธานสภายังเป็นการส่งสัญญาณไปถึงการประชุมร่วมรัฐสภา ส.ส.-ส.ว. เพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีหลังจากนั้นอีกไม่นานด้วย

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค ก้าวไกลจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ แน่นอนผลการเลือกตั้ง 14 ล้านคะแนนเสียงของพรรคก้าวไกล คือเจตจำนงของประชาชนที่บ่งชี้ไปทางนั้น

ต้องการให้ “พิธา” เป็นนายกฯ ก้าวไกลเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล

แต่ในสถานการณ์ความเป็นจริง นักวิเคราะห์การเมืองแทบร้อยทั้งร้อยเห็นตรงกัน นายกฯ คนที่ 30 จะชื่อ “พิธา” หรือไม่ ยังเป็นเรื่อง 50/50

และโอกาสอาจลดน้อยลงไปถึงระดับ 70/30 เสียด้วยซ้ำ หากประเมินจากอุปสรรคขวากหนามต่างๆ ทั้งเรื่องหุ้นสื่อ มาตรา 112 ทรัพย์สินที่ดิน แม้กระทั่งเรื่องแบ่งแยก ดินแดน ก็ยังถูกนำมาโยง

ที่สำคัญ ส.ว.กลุ่มใหญ่ก็ยังปักหลักมั่น ชนิดหัวเด็ดตีนขาดก็ไม่มีทางโหวตให้ “พิธา” เป็นนายกฯ

แถมส.ว.บางคนยังปล่อยข่าวเขย่าขวัญ เรื่องซื้อส.ส.งูเห่าหัวละ 100 ล้าน เป้า 60 ตัวรวมเป็นเงิน 6,000 ล้าน เพื่อ พลิกขั้วเปลี่ยนข้าง พรรคชนะเลือกตั้ง ไม่ได้ตั้งรัฐบาล พรรคแพ้จะได้ตั้งแทน

ส.ส.งูเห่ามีมาทุกยุคทุกสมัย แต่ อย่างมากก็ใช้วิธีทยอยซื้อครั้งละ 4-5 ตัว แล้วแต่สถานการณ์ความจำเป็นขณะนั้น

แต่ถ้าถึงขั้นซื้อยกฟาร์มทีเดียว 60 ตัว เพื่อพลิกขั้วรัฐบาล ยังไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์การเมืองไทย

หัวหน้าพรรคบางคนที่เป็นตำนาน นักช็อป ยังไม่เชื่อข่าวที่ปล่อยออกมา เพราะที่จะจ่ายเงิน 6,000 ล้านซื้องูเห่า คงมีแต่ควายเท่านั้นที่ยอมจ่าย

แต่ก็อย่างว่า การเมืองไทยมักจะเกิดอภินิหารขึ้นได้ตลอดเวลา

ก็ต้องจับตาดูกันต่อไปว่าตลอดเดือนกรกฎาคม จะมีอภินิหารทางการเมืองอะไรเกิดขึ้นอีกบ้าง

โดย มันฯ มือเสือ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน