เป็นสถานการณ์ที่น่าเห็นใจอย่างยิ่งจริงๆ สำหรับพรรคเพื่อไทย ที่รับไม้ต่อมาจากพรรคก้าวไกลในการจัดตั้งรัฐบาล
เพราะทุกจังหวะก้าวถูกจับตาดูอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการหารือกับ 5 พรรครัฐบาลเดิม ซึ่งแม้ระบุว่าเป็นการหาทางออกประเทศ ไม่ใช่การชวนเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลแต่อย่างใด
แต่ถึงกระนั้น ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงรูปแบบการพูดคุย ไม่ว่าจะเป็นการแถลงข่าวถี่ยิบ เพื่อย้ำว่าแทบทุกพรรคการเมือง จะไม่ยอมร่วมรัฐบาล หากยังมีก้าวไกล ร่วมในสมการ
รวมทั้งภาพการปาร์ตี้ ‘มินต์ช็อก’ ที่สุดแสนชื่นมื่น ที่ ‘ช็อก’ เข้าไปในจิตใจของประชาชนหลายคน
นำมาซึ่งการแสดงออกของกลุ่มมวลชนที่บุกไปถึงพรรคเพื่อไทย และอีกมากมายที่ตอบโต้การกระทำดังกล่าว
ทั้งมุมมองต่อ เพื่อไทยเอง และมุมมองต่อ มินต์ช็อก ที่จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
แน่นอนว่าก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับพรรคเพื่อไทย ในฐานะแกนนำจัดตั้งรัฐบาลด้วยเช่นกัน เพราะเมื่อรับภารกิจมาแล้วก็ต้องพยายามทุกวิถีทางให้ตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ
การพบปะพูดคุยกับกลุ่มก้อนทางการเมืองก็เป็นเรื่องจำเป็น
ส่วนจะวางจุดยืนดึงพรรคไหนเข้าร่วมพรรคไหนออกไป ย่อมเป็นเรื่องที่ต้องหารือร่วมใน 8 พรรค
ขณะที่การไปร่วมมือกับพรรค 2 ลุง อย่างพลังประชารัฐ และรวมไทยสร้างชาติ ที่ถูกมองว่าเป็นต้นตอของปัญหาร่วมกันสืบทอดอำนาจเผด็จการมาโดยตรง
คงยากที่เพื่อไทยจะตัดสินใจไปร่วมหอลงโรงด้วย เพราะที่ผ่านมาก็ย้ำมาตลอด ไล่ตั้งแต่แคนดิเดตนายกฯ หัวหน้าพรรค ผู้สมัครสส. ว่าไม่ร่วมกันชัดเจน
จะมาอ้างว่าคนทำรัฐประหาร อย่างพล.อ.ประยุทธ์ วางมือแล้ว ก็คงเป็นเหตุผลที่มักง่ายเกินไป
คนธรรมดาที่มีสัจจะย่อมไม่ทำ นี่เป็นถึงพรรคการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน
เรื่องกลืนน้ำลายตัวเองคงเป็นไปได้ยาก เว้นก็แต่ไม่เห็นว่าประชาชนสำคัญอีกต่อไป
จึงยิ่งต้องให้กำลังใจ และเอาใจช่วยเพื่อไทย ฝ่าวิกฤตการเมืองนี้ให้ลุล่วงไปให้ได้ โดยไม่เปลี่ยนจุดยืน
นี่แหละที่ประชาชนต้องการ!!!
รุก กลางกระดาน