เริ่มต้นอย่างดุดัน สำหรับครม.เศรษฐา ที่ประเดิมประชุมครม.อย่างเป็นทางการนัดแรกไปเมื่อวันที่ 12 ก.ย.ที่ผ่านมา
ที่พยายามออกมาตรการที่ครอบคลุมการลดค่าครองชีพออกมาให้ได้มากที่สุด
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องลดค่าไฟ ลดน้ำมันเบนซิน และการพักหนี้เกษตรกร
แม้จะไม่มีมติเรื่องการทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญ แต่ก็ยังสั่งตั้งคณะทำงานขึ้นมาพิจารณา ซึ่งก็แสดงให้เห็นถึงความคืบหน้าอยู่บ้าง
แต่ก็น่าเสียดายที่มาตรการต่างๆ ถูกกลบเงียบไปด้วยมติการเปลี่ยนจ่ายเงินเดือนข้าราชการ 2 งวดต่อเดือน
ซึ่งก็ต้องเข้าใจเพราะเรื่องดังกล่าวกระทบต่อข้าราชการกว่า 2 ล้านคน และยังเกี่ยวพันกับธนาคาร สหกรณ์ ลิสซิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวพันในฐานะเจ้าหนี้ของข้าราชการ
รวมทั้งภาระหน้าที่ของฝ่ายบัญชีของหน่วยงานนั้นๆ ที่จะต้องเพิ่มเป็น 2 เท่า
และด้วยเสียงสะท้อนที่หลากหลาย ทำให้รัฐบาลปรับเปลี่ยนท่าทีอย่างรวดเร็ว จากจ่าย 2 งวดต่อเดือน เป็นเลือกได้ว่าจะเอาอย่างไร
อย่างไรก็ตาม เรื่องการจ่ายเงิน 2 งวดต่อเดือนนั้นก็ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาด บริษัทเอกชนหลายแห่งก็ทำเช่นนั้น
ซึ่งก็มีข้อดีอยู่ที่กระแสเงินสดจะไหลเวียนมากขึ้น มีการจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้น
เพียงแต่ที่สำคัญมากกว่ากระแสเงินสดที่มากขึ้น ก็คือภาระหนี้สินที่ต้องแบกรับ และดูจะเป็นอัตราส่วนที่สูงเกินกว่าที่รายได้เพียงครึ่งเดือนจะบริหารจัดการได้
ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องดีที่แนวคิดเช่นนี้ส่งผลให้เกิดข้อถกเถียง จนทำให้รัฐบาลได้เห็นภาพชัดขึ้นว่าปัญหาหนี้ของข้าราชการมีมากเพียงใด
และไม่ใช่แค่ข้าราชการ แต่ยังหมายถึงประชาชนทั่วไปด้วยที่ต้องเผชิญปัญหาเหล่านี้
จะได้รับรู้ว่าหนี้สินนี่แหละเป็นปัญหาสำคัญ ที่กัดกินพลังชีวิตไปเกือบทั้งหมด
และเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้คนไทยไม่อยากมีลูก เพราะไม่อยากรับภาระเพิ่ม รวมทั้งไม่อยากให้ลูกต้องอยู่ในสภาพที่ยากจะลืมตาอ้าปาก
ถือเป็นก้าวแรก ที่จะมองเห็นปัญหาให้ได้ชัดๆ และเร่งแก้เสียที
เพื่ออนาคตที่ดีขึ้น!!!
รุก กลางกระดาน