ผ่านเข้าสู่ครึ่งหลัง โพล มติชนxเดลินิวส์ กับคำถาม 2 ข้อใหญ่ “รัฐบาลเศรษฐา ควรแก้ปัญหาอะไร” เร่งแก้ปัญหาการเมือง-ปฏิรูปโครงสร้างสังคม หรือปัญหาเศรษฐกิจ-ปากท้อง
น่าสนใจคือ หัวข้อย่อยภายใน 2 ข้อใหญ่ มีประเด็นสอดคล้องกับสิ่งที่ประชาชนในสังคมกำลังถกเถียงกันอยู่มากเวลานี้
ได้แก่ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในหมวดหมู่ปัญหาการเมือง-ปฏิรูปโครงสร้างสังคม กับเรื่องแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท ในหมวดหมู่เศรษฐกิจ-ปากท้อง
สำหรับเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ รัฐบาลตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 1 ชุด คือ คณะกรรมการเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางในการทำประชามติ เพื่อแก้ไขปัญหาความเห็นที่แตกต่างในเรื่องรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ประชุมนัดแรกไปเมื่อสัปดาห์ก่อน มีมติตั้งคณะอนุกรรมการ 2 คณะ
คณะแรก ทำหน้าที่รับฟังความคิดเห็นจากกลุ่มอาชีพต่างๆ เกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างกว้างขวาง คณะที่สอง ศึกษาแนวทางทำประชามติให้สอดคล้องกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ และกำหนดว่าจะทำประชามติ 2 หรือ 3 ครั้ง
ทั้งหมดคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในสิ้นปี 66 และจะทำประชามติในไตรมาสแรกปี 67 เป้าหมายต้องร่างรัฐธรรมนูญและกฎหมายลูกเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ให้เสร็จใน 4 ปี เพื่อใช้ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป
ขณะเดียวกัน รัฐบาลก็ได้ตั้งคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัล วอลเล็ต เพื่อพิจารณาแหล่งเงินที่จะนำมาใช้ในโครงการ และหลักเกณฑ์รัศมีการใช้จ่ายเงินในโครงการ
ประชุมนัดแรกไปแล้วและจะนัดประชุมหาข้อสรุปอีกครั้ง 19 ต.ค. เพื่อรวบรวมนำเสนอต่อคณะกรรมการโครงการ ชุดใหญ่ ที่มีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ และรมว.คลัง เป็นประธาน ในวันที่ 24 ต.ค.
ผลโหวตของประชาชนจำนวนนับหมื่นผ่านโพล มติชนxเดลินิวส์ ครึ่งแรก ชี้ว่ารัฐบาลควรเร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจ-ปากท้อง ในสัดส่วนร้อยละ 52 ขณะที่ผู้เห็นว่าควรเร่งแก้ปัญหาการเมือง-ปฏิรูปสังคม สัดส่วนร้อยละ 48
สำหรับผลสรุปสุดท้ายต้องรอหลังปิดโหวต 31 ต.ค.
ขึ้นชื่อว่าปัญหาของประชาชนไม่ว่าเศรษฐกิจปากท้อง หรือการเมือง ล้วนสำคัญ แต่ถึงกระนั้นประชาชนก็จำเป็นต้องส่งเสียงไปถึงรัฐบาลให้ชัดเจน
เพื่อกระตุ้นตอกย้ำว่ารัฐบาลจำเป็นต้องเร่งแก้ทุกปัญหาของประชาชนไปพร้อมกัน อย่างเสมอภาค และเท่าเทียม
มันฯ มือเสือ