30 กว่าปีก่อน ประเทศไทยเศรษฐกิจโตอันดับต้นๆ ขยับชั้นเป็น ‘เสือตัวที่ห้า’ เอเชีย
รัฐบาลชาติชายใช้นโยบาย ‘เปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า’
ใช้โอกาสประเทศเพื่อนบ้านดับไฟสงคราม ลืมความขัดแย้งหวาดระแวงหันมาจับมือฟื้นฟูพัฒนาไปด้วยกัน
เป็นมิตรดีกว่าศัตรู เปิดประตูคบหา ดีกว่าปิดประตูใส่กัน ไทยที่มีศักยภาพสูงกว่า พร้อมกว่า ได้เพิ่มปริมาณการค้า ขยายการลงทุน เนื้อหอมเป็นที่สนใจของประเทศมหาอำนาจ เอกชนยักษ์ใหญ่
แต่เมื่อเปลี่ยนรัฐบาล นโยบายเปลี่ยน รัฐบาลบางยุคคับแคบวิสัยทัศน์สั้น รมว.ต่างประเทศด่าผู้นำประเทศข้างเคียงเป็นกุ๊ย
ประเทศเสียรังวัดจากเสือกลายเป็นแมวป่วย
วันเวลาล่วงเลยมาถึงปัจจุบัน รัฐบาลเศรษฐาออกนโยบาย ‘วาระแห่งชาติ’ หลายเรื่อง มุ่งฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ตกต่ำ ฝืดเคือง 8-9 ปี
ประกาศตัวเป็น ‘เซลส์แมนประเทศ’ เดินสายเยือนนานาชาติ จับเข่าเจรจา นักลงทุนระดับโลก
ขยันขันแข็งกระชับสัมพันธ์เพื่อนบ้าน เปิดประตูชายแดนทุกด้าน พัฒนาเพิ่มศักยภาพทุกทิศ
ไปหนองคายมาแล้ว 2 ครั้ง วางยุทธศาสตร์ ‘หนองคายโมเดล’ ยกระดับด่านไทย-ลาว-จีน นอนสต๊อปเซอร์วิส ลดขั้นตอน ลดเวลา ลดต้นทุน อำนวยความสะดวกการค้า การท่องเที่ยว
สร้างสะพานแห่งที่ 2 คู่ขนานแห่งที่ 1 รองรับรถไฟความเร็วสูง และการขนส่งที่เริ่มคับคั่งแออัด
ไปแม่สอด ตาก ตรวจเยี่ยมด่านชายแดนไทย-เมียนมา หาทางพัฒนาเป็นประตูเศรษฐกิจสำคัญด้านตะวันตก
ไปอรัญประเทศ สระแก้ว เพิ่มศักยภาพด่านชายแดนไทย-กัมพูชา ใช้หนองคายโมเดลเป็นตัวอย่าง สร้างสะพานเชื่อม 2 ประเทศ รองรับการขนส่งสินค้า การเดินทางเข้าออกของประชาชน
ไปสะเดา สงขลา จับมือ อันวาร์ อิบราฮิม นายกฯ มาเลเซีย ร่วมกัน เปิดด่านชายแดนแห่งใหม่ทั้ง 2 ฝั่ง ขยายความร่วมมือระหว่างผู้นำต่อผู้นำ ประชาชนต่อประชาชน
คนมาเลเซียเข้ามาเที่ยวไทยมาก ที่สุด ด่านสะเดามีมูลค่าการค้าขายไทย-มาเลย์มากที่สุด
จาก ‘เปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า’ ทำให้ประเทศไทยโชติช่วง
วันนี้มีโอกาสฟื้นตัวทวงคืนความเป็น ‘เสือ’
ด้วยนโยบาย ‘เปลี่ยนชายแดน เป็นเขตเศรษฐกิจ’
นายเจ็ดอักษร