การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ที่ผ่านมา 25 ตำแหน่ง ซึ่งครม.เห็นชอบไปแล้วนั้น

นอกจากเป็นการทดแทนคนที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย.แล้ว ยังเป็นการจัดวางคนให้เหมาะสมกับการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล และกระทรวงมหาดไทย ที่เปลี่ยนตัว “มท.1” เป็นนายภูมิธรรม เวชยชัย

โดยเฉพาะตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดใหญ่ๆ และอธิบดีกรมสำคัญ ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องปกติในการแต่งตั้งโยกย้าย ที่ฝ่ายการเมืองต้องการคนที่ทำงานด้วยกันรู้เรื่องและเข้าใจตรงกัน เหมาะสมกับพื้นที่และงานนั้นๆ

ที่น่าสนใจใน 25 ตำแหน่งบิ๊กมหาดไทย ถูกจับตามองเป็นพิเศษคือ “อธิบดีกรมที่ดินคนใหม่”

เนื่องจากต้องเข้ามาสะสางปัญหาที่ดินเขากระโดง บุรีรัมย์ ที่คาราคาซังมานาน

จากการรุกล้ำซ้อนทับกับพื้นที่การรถไฟแห่งประเทศไทย โดยเฉพาะกลุ่มตระกูลการเมืองในพื้นที่

นายภูมิธรรม รองนายกฯ และมท.1 รักษาราชการแทนนายกฯ ย้ำถึงเรื่องเพิกถอนที่ดินเขากระโดงว่ายังเหมือนเดิม ไม่มีอะไรที่ต้องกังวล เป็นเรื่องที่อธิบดีกรมที่ดินคนใหม่ต้องไปดำเนินการ

“ผมเคยพูดไปแล้วว่าให้เร็วที่สุด ปฏิบัติตามคำสั่งศาลให้เต็มที่ ให้ศาลรู้ว่าเราได้มาปฏิบัติ ไม่เช่นนั้นจะเข้าข่ายละเมิดอำนาจศาล หรือไม่ปฏิบัติหน้าที่ที่ควรจะต้องทำ เป็นหน้าที่ของอธิบดีกรมที่ดิน เดี๋ยวเขาก็ทำเอง ผมไม่แทรกแซง” นายภูมิธรรมยืนยัน

หลังวันที่ 1 ต.ค.2568 เมื่อผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นอธิบดีกรมที่ดินเข้าปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการ ก็คงจะได้เห็นทิศทางในการชำระสะสางที่ดินเขากระโดงว่าจะออกมาในรูปไหน

โดยถ้ายึดตามคำพิพากษาของศาลฎีกาที่สิ้นสุดแล้ว คือที่ดินเป็นของการรถไฟ และศาลปกครองกลางก็มีคำสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องไปเพิกถอนกลับคืน

แต่ในระหว่างรออธิบดีกรมที่ดินเข้ามาจัดการ ปรากฏว่าดีเอสไอส่งทีมสืบสวนสอบสวนลงพื้นที่แล้ว เนื่องจากมีผู้เข้ายื่นเรื่องให้ตรวจสอบ

ผลปรากฏเบื้องต้นพบหลักฐานสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำ และการครอบครองพื้นที่ที่ผิดปกติมีพิรุธ อาจเข้าข่ายยกเป็นคดีพิเศษ

ถ้ายึดตามลำดับความเคลื่อนไหวดังกล่าว นอกจากเพิกถอนที่ดินแล้ว อาจจะต้องมีผู้ถูกดำเนินคดีด้วย

ข้าวตอกแตก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน