คอลัมน์ ข่าวสดหลากหลาย

สุจิตรา ธนะเศวตร

งานสัมมนา “อวกาศ ขุมทรัพย์แห่งมวลมนุษยชาติ” จัดโดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (สทภอ.หรือจิสด้า) เป็นงานที่เผยแพร่โครงการทดลองในอวกาศและสภาวะไร้แรงโน้มถ่วง ที่ทั้งสองหน่วยงานข้างต้นตามภารกิจสนับสนุนด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมอวกาศของประเทศ พร้อมปลุกกระแสและสร้างแรงบันดาลใจในการศึกษาด้านอวกาศแก่คนไทย

ศ.ดร.ไพรัช ธัชยพงษ์ กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และที่ปรึกษาอาวุโสสวทช. ปาฐกถาหัวข้อการพัฒนาทรัพยากรบุคคลด้านวิทยาศาสตร์เทคโน โลยี และนวัตกรรมตามแนวพระราชดำริ ว่าแบ่งเป็น 3 ส่วน ส่วนแรก โครงการเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริ ที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2538 เริ่มทำงานเมื่อ 20 ปีที่แล้ว และทรงเป็นประธานกรรมการโครงการ

แล้วต่อมาเปลี่ยนเป็นมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริ ขยายไปสู่ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพิ่มเติมจากเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีอยู่เดิม โดยทำงานสร้างสัมพันธไมตรีด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกับประเทศที่มีความก้าวหน้าด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ได้แก่สิงคโปร์ จีน ยุโรป เพื่อให้ไทยได้ก้าวทัน

ต่อมาความร่วมมือไทย-จีน ประการแรกร่วมมือกับ สถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีนหรือ CAS ซึ่งเป็นหน่วยงานวิจัยมีราว 100 แห่งทั่วประเทศจีน มีมหาวิทยาลัย CAS ฝึกอบรมนักศึกษาใหม่ 6 เดือนแล้วส่งไปตามหน่วยงานวิจัยได้ทั้งงานวิจัยและผลิตบุคลากรปริญญาเอกไปด้วย ซึ่งไทยน่าเอาเป็นแบบอย่าง โดยไทยมีบันทึกความเข้าใจหรือเอ็มโอยูกับ CAS จำนวน 11 แห่ง

จากนั้นภารกิจนำคนไทยไปวิจัยและสำรวจขั้วโลกใต้กับทีมงานจีน ซึ่งมีสถานีวิจัยที่แอนตาร์กติกมากที่สุด ทำโครงการร่วมกัน ได้ประโยชน์ร่วมกัน โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเป็นคนไทยคนแรกที่ได้เดินทางไปแอนตาร์กติก และในปีหน้าสวทช.จะจัดงานฉลองครบรอบ 25 ปีที่พระองค์เสด็จฯ เยือน

ต่อมาได้พานักวิจัย นักศึกษาชาวไทยร่วมด้วย ดำเนินมาหลายรุ่น ด้านความร่วมมือไทย-ยุโรป ส่งนักศึกษาปริญญาโท-เอก จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยไปเรียนรู้ที่สถาบันเซิร์น นครเจนีวา ประเทศ สวิตเซอร์แลนด์ ศึกษาการทำเครื่องเล่นทางการเกษตร เพื่ออาบผลไม้ อัญมณี

การสำรวจและทดลองงานวิจัยในอวกาศของไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ดร.กฤษฎ์ชัย สมสมาน ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อวิทยาศาสตร์ สวทช. กล่าวถึงกิจกรรมวิทยาศาสตร์ด้านการทดลองในอวกาศของไทยที่ผ่านมา จาก 3 โครงการ

1.โครงการ Asian Try Zero-G

สวทช.ร่วมกับจิสด้า ตั้งแต่ปี 2558 นำแนวคิดของเด็กไทยไปสถานีอวกาศนานาชาติ รับไอเดียเด็กไทยมากรอง คัดเลือก ใช้เกณฑ์ความปลอดภัย น่าสนใจ ไม่ซ้ำ แล้วให้ทางญี่ปุ่นเลือก พอได้โครงการแล้วนักบินอวกาศญี่ปุ่นนำไปทดลองที่สถานีอวกาศนานาชาติ หรือ ไอเอสเอส โครงการที่เคยทำไปแล้ว อาทิ การทดลองวาดรูปด้วยสีน้ำในอวกาศในลักษณะกลับหัวกลับหาง

ญี่ปุ่นเปิดห้องศูนย์ควบคุมที่ประเทศญี่ปุ่นให้เด็กไทยที่ส่งโครงการทดลอง ดูการทดลองของนักบินอวกาศที่ทดลองบนอวกาศแบบเรียลไทม์ เพื่อให้เด็กถามว่า การทดลองสมบูรณ์ตามที่ต้องการหรือไม่ รวมถึงซักถามข้อสงสัย

2.การบินในสภาวะไร้น้ำหนัก (Asian Try Zero-G Flight)

เป็นโครงการที่ไม่ได้ทดลองบนอวกาศ แต่ทำในสภาวะแรงโน้มถ่วงต่ำ โดยใช้การบินในลักษณะพาราโบลากล่าวคือ บินสูงไป 45 องศาแล้วกลับลำลงไป 45 องศา จะทำให้เกิดภาวะไร้น้ำหนักในช่วงสั้นๆ 20-25 วินาที แล้วทดลองในช่วงนี้ ตัวอย่าง การทดลองว่าสาหร่ายวิ่งเข้าหาแสงในสภาวะไร้น้ำหนักหรือไม่ ซึ่งสาหร่ายสังเคราะห์แสงทำให้เกิดพลังงาน หากเดินทางในอวกาศนานๆ จะเอาพลังงานจากสาหร่ายมาใช้ได้หรือไม่ หรือการทดลองคอเลสเตอรอลในเลือดของสิ่งมีชีวิตที่ขึ้นไปอยู่ในอวกาศ

3.โครงการทดลองว่าบนอวกาศปลูกพืชได้หรือไม่

การศึกษาเปรียบเทียบระหว่างการนำเมล็ดถั่วแดงไปปลูกบนอวกาศกับพื้นดิน ผลปรากฏว่า รากถั่วแดงบนอวกาศ กระจายไปคนละทิศละทาง เพราะในอวกาศไม่มีแรงดึงดูดของโลกยึดรากไว้เหมือนถั่วแดงบนดิน

ดร.อัมรินทร์ พิมพ์หนู หัวหน้าโครงการ National Space Exploration (NSE) แห่งจิสด้า กล่าวถึงแนวทางการสำรวจอวกาศ และการทดลองงานวิจัยในอวกาศในปัจจุบันว่า ทางจิสด้ากำลังทำโครงการกิจกรรม National Space Experiment 2017 รับข้อเสนอการทดลองงานวิจัยทุกสาขา แขนงวิชา จากทุกหน่วยงาน รวมถึงประชาชนทุกคน ที่ต้องการทดลองในสภาวะแรงโน้มถ่วงต่ำหรือในอวกาศ โดยที่ไม่เคยมีใครทำ โดยผู้ได้รับคัดเลือกจะได้รับเงินสนับสนุน การวิจัย และมีโอกาสเดินทางไปดูงานกิจกรรมอวกาศขององค์กรอวกาศต่างประเทศ

“โครงการ NSE ต้องการเป็นส่วนหนึ่งผลักดันวงการวิจัยไทยและนักวิจัยชาวไทยให้มีโอกาสสร้างผลงาน และองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ในด้านการทดลองในอวกาศและสภาวะไร้แรงโน้มถ่วงได้เทียบเท่าประเทศอื่นๆ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งให้เกิดเทคโนโลยี นวัตกรรม นำไป สู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตคนไทย”

แผนระยะยาวของโครงการจะนำไปสู่ภารกิจ Manned Space Program หรือนักบินอวกาศ ที่ทดลองทางวิทยาศาสตร์ในสภาวะไร้แรงโน้มถ่วง ยกตัวอย่างเช่น อาจทดลองการผ่าตัดในอวกาศ เม็ดเลือดไม่เลอะ เพราะเม็ดเลือดจะลอยขึ้น เนื่องจากแรงโน้มถ่วงต่ำ หรืออาจรักษามะเร็งในอวกาศได้ เป็นต้น

“ดังนั้นอวกาศจึงเปรียบได้กับขุมทรัพย์อันมหาศาล ที่จะนำไทยมีเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง ยั่งยืน” ดร.อัมรินทร์กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน