คอลัมน์ ข่าวสดหลากหลาย
จันท์เกษม รุณภัย
หากกล่าวถึงเทคโนโลยีอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะ (Wearable technology) ที่นิยมที่สุดหนีไม่พ้นกำไลไฮเทคที่พุ่งเป้าไปที่การตรวจข้อมูลพื้นฐานต่างๆจากการออกกำลังกาย โดย ฟิตบิต (Fitbit) ผู้พัฒนาอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะจากประเทศสหรัฐอเมริกา ถือเป็นหนึ่งในค่ายที่สามารถเจาะตลาดด้านนี้ได้ค่อนข้างประสบความสำเร็จ
ฟิตบิต อัลตา เอชอาร์ (Fitbit alta HR) เป็นกำไลอัจฉริยะใหม่ล่าสุดจากฟิตบิตที่มีคุณสมบัติรอบด้านโดยทางฟิตบิตเพิ่มฟีเจอร์การตรวจวัดชีพจรเข้ามา (Heart Rate Monitoring) จึงเป็นที่มาของสัญลักษณ์ว่า HR ส่งผลให้อัลตา เอชอาร์นั้นเหมาะต่อผู้ใช้ทั่วไปที่ชื่นชอบการออกกำลังกาย มากกว่ารุ่น ฟิตบิต อัลตา (Fitbit alta) แต่ไม่ถึงกับครบเครื่องเท่า ฟิตบิต ชาร์จ 2 (Fitbit Charge 2) ที่เหมาะกับนักกีฬามืออาชีพ โดยฟิตบิต อัลตา เอชอาร์ สนนราคาที่ 7,490 บาท
ดีไซน์ของอัลตา เอชอาร์ จะว่าไปแทบไม่ฉีกออกไปจากรุ่นอัลตามากนัก แต่จุดเด่นของมันอยู่ที่ฟังก์ ชันภายใน เนื่องจากฟิตบิต อัลตา มีความสามารถเพียงการนับระยะทางที่ก้าวเดินต่อวัน แต่สำหรับรุ่นอัลตา เอชอาร์ จะเพิ่มฟีเจอร์ในส่วนของการวัดชีพจร และสุขภาวะการนอนหลับของผู้ใช้ พร้อมแบตเตอรี่ที่อยู่ได้นานถึง 1 สัปดาห์ จุดนี้ถือว่าทำได้น่าประทับใจมาก
การออกแบบด้านนอกเพียงจุดเดียวที่พบว่าเปลี่ยนแปลงไป จากรุ่นอัลตา คือ บริเวณข้อต่อสายรัดข้อมือกับตัวเครื่อง ซึ่งทางฟิตบิตออกแบบมาใหม่ให้มีความแน่นหนามากขึ้น เนื่องมาจากฟีเจอร์ตรวจวัดชีพจร ผู้ใช้จำเป็นที่จะต้องให้ตัวเครื่องติดกับข้อมือพอดี หากไม่ทำเช่นนั้นอาจส่งผลให้ค่าการตรวจวัดคลาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริง
อัลตา เอชอาร์ มีน้ำหนักเบาอย่างมาก และมีความกว้างเพียง 15 มิลลิเมตร เป็นอีกจุดที่น่าชื่นชม เพราะมีฟังก์ชันและเซ็นเซอร์สำคัญบรรจุอยู่ภายในจำนวนมาก แม้จะมีขนาดใหญ่กว่ารุ่นเฟล็กซ์ 2 เล็กน้อย แต่อัลตา เอชอาร์ นั้นวัดชีพจรได้ เป็นสิ่งที่เฟล็กซ์ 2 ทำไม่ได้
การออกแบบสายรัดมาเพื่อให้อัลตา เอชอาร์มีความรัดกุมกับข้อมือนั้นยิ่งสำคัญมากขึ้น เพราะฟังก์ชันการตรวจวัดสุขภาวะการนอนหลับ นอกจากนี้ อัลตา เอชอาร์ ยังต่อต้านน้ำเข้าด้วย แต่ไม่ถึงกับกันน้ำจนนำไปใส่อาบน้ำ หรือใส่ว่ายน้ำได้ เหมือนกับเฟล็กซ์ 2 ถือว่าน่าเสียดาย (พูดง่ายๆ กันแค่เหงื่อหรือน้ำกระเด็นใส่)
ดังนั้น สิ่งที่สำคัญอย่างแรกสำหรับผู้ใช้ในการเลือกซื้อ อัลตา เอชอาร์ แนะนำว่าควรสังเกตที่ด้านข้างกล่องจะมีมาตรวัดขนาดข้อมือว่าผู้ใช้ควรเลือก อัลตา เอชอาร์ แบบรุ่นสายรัดขนาด S หรือ L จุดนี้สำคัญมาก เพราะทางฟิตบิตจะแถมสายรัดมาให้เพียงขนาดเดียวเท่านั้น คิดว่าน่าจะเกี่ยวกับการลดต้นทุน ผู้ใช้จึงจำเป็นต้องเลือกมาให้เสร็จตั้งแต่ตอนซื้อ
ส่วนหน้าจอแสดงผลนั้นใช้ระบบเปิดแบบหมุนข้อมือ (twist-to-wake) กล่าวง่ายๆ คือ จอจะแสดงผลอัตโนมัติเมื่อผู้ใช้ยกข้อมือหันด้านที่เป็นจอมาส่อง หากต้องการเปลี่ยนโหมดจะใช้วิธีการแตะที่หน้าจอ ซึ่งเป็นจุดที่ทางทีมทดสอบพบว่าบ่อยครั้งที่การแตะนั้นไม่เวิร์ก ต้องแตะแรงๆ หรืออาจต้องแตะหลายครั้งเกินควร ขณะที่ความสว่างของจอเวลาอยู่กลางแจ้งนั้นมองเห็นค่อนข้างยาก แต่ระบบเปิดแบบหมุนข้อมือนั้นทำงานได้ยอดเยี่ยมไร้ที่ติ ส่วนการใช้งานนั้นผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นของฟิตบิตได้ทาง กูเกิ้ล เพลย์ และแอปเปิ้ล แอพ สโตร์
สิ่งที่ผู้ทดสอบชื่นชอบที่สุดสำหรับ อัลตา เอชอาร์ นั้นคือ ระยะเวลาการใช้งานจากแบตเตอรี่ซึ่ง ทางฟิตบิตระบุว่าอยู่ได้นานถึง 7 วันเต็ม ซึ่งจากการทดสอบพบว่าทางฟิตบิตไม่ได้เว่อร์ แต่ทำได้จริง ถือเป็นความสำเร็จที่น่าประทับใจสำหรับอุปกรณ์ประเภทนี้ ซึ่งมักมีข้อด้อยที่แบตเตอรี่ บางยี่ห้อที่ทางผู้ทดสอบเคยพบคืออยู่ได้ 3 วัน แม้จะยังสู้พวก สมาร์ตวอตช์อย่าง วิธติงส์ สตีล เอชอาร์ (Withings Steel HR) ซึ่งอยู่ได้ 20 วันขึ้นไปไม่ได้ แต่ถือว่าสำหรับอัลตา เอชอาร์นั้นทำได้ดีมากแล้ว
ฟิตบิต แอพฯ และคำแนะนำเชิญชวนให้ออกกำลังกายในแอพฯนั้นถือว่าทำได้น่าประทับใจทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นคำเตือนให้ออกไปเดินเล่น ตรารางวัลที่มอบให้พร้อมข้อมูลการออกกำลังภายใน ค่าเฉลี่ยชีพจร อยู่ในเกณฑ์ที่อ่านเข้าใจง่าย ไม่ได้ละเอียดถึงขั้นแบบกราฟ VO2 ในผลิตภัณฑ์รุ่นอื่นๆ
อัลตา เอชอาร์ นับเป็นกำไรอัจฉริยะที่มีความรอบด้าน ใช้งานง่าย และเปลี่ยนชีวิตการออกกำลังกายของผู้ใช้ได้จริง