คอลัมน์ ข่าวสดสุขภาพ

รายงานพิเศษ

โรงพยาบาลศิริราช ได้แถลงข่าว “แห่งเดียวในไทย ศิริราชรักษามะเร็งตับและมะเร็งตับอ่อนด้วยมีดนาโน”

โดยที่ผ่านมานั้น โรงพยาบาลศิริราชมีการนำนวัตกรรมมีดนาโนมาใช้รักษา ผู้ป่วยโดยเฉพาะมะเร็งตับและตับอ่อน ถือเป็นแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผลการรักษาดี ไม่มีภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง

ศ.ดร.นพ. ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทย ศาสตร์ศิริราพยาบาล มหาวิทยาลัยมหดิล กล่าวว่า มะเร็งตับเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ในชายไทยและเป็นอันดับ 5 ในเพศหญิง การรักษาโรคมะเร็งตับมีหลายวิธี ขึ้นกับระยะของโรค โดยมีทีมแพทย์สหสาขาวิชาชีพร่วมดูแล ได้แก่ อายุรแพทย์ ศัลยแพทย์ และรังสีแพทย์ ซึ่งตามแนวทางการดูแลผู้ป่วยมะเร็งตับในประเทศไทย

การรักษามะเร็งตับที่ดีที่สุดคือ การผ่าตัด แต่ในผู้ป่วยที่ไม่สามารถผ่าตัดได้ จะได้รับการรักษาด้วยวิธีการทางรังสีร่วมรักษา (interventional radiology) ได้แก่ การจี้ก้อนเนื้องอกเฉพาะจุด (tumor ablation) การให้ยาเคมีบำบัดผ่านทางสายสวนหลอดเลือด (transarterial chemoembolization; TACE) เป็นต้น

สำหรับการรักษาด้วยการจี้ก้อนเนื้องอกด้วยเข็มที่ให้ความร้อน ปัจจุบันเทคโนโลยีที่นิยมใช้คือ การให้ความร้อนจากคลื่นวิทยุ (radiofrequency ablation; RFA) และการให้ความร้อนจากคลื่นไมโครเวฟ (microwave ablation) วิธีนี้เหมาะกับก้อนเนื้องอกที่มีขนาดไม่เกิน 5 ซ.ม. ซึ่งได้ผลการรักษาที่มีประสิทธิภาพสูง

อย่างไรก็ตาม การจี้ก้อนเนื้องอกโดยการใช้เข็มให้ความร้อนยังมีข้อจำกัด คือ ไม่สามารถรักษาเนื้องอกได้ในทุกตำแหน่ง จึงเกิดนวัตกรรมใหม่ขึ้น เรียกว่า การจี้ก้อนเนื้องอกด้วยมีดนาโน (Nanoknife?)

นพ.สมราช ธรรมธรวัฒน์ อาจารย์แพทย์สาขารังสีวินิจฉัย กล่าวว่า การจี้ก้อนเนื้องอกด้วยมีดนาโน (Nanoknife) หรือไฟฟ้าความต่างศักย์สูง (irreversible electroporation; IRE) จะให้การรักษาในผู้ป่วยที่ไม่สามารถผ่าตัดรักษาได้ เนื่องจากก้อนเนื้องอกมีขนาดเล็กกว่า 5 เซนติเมตรและอยู่ชิดหลอดเลือดหรือท่อน้ำดี และเป็นมะเร็งในระยะไม่ลุกลาม

วิธีการรักษาเป็นการจี้ก้อนเนื้องอกโดยใช้เข็มขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 มิลลิเมตร อย่างน้อย 2 เล่ม แต่จะสอดสูงสุดไม่เกิน 6 เล่ม ทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าความต่างศักย์สูงถึง 3,000 โวลต์ ไหลผ่านเซลล์เนื้องอก ส่งผลให้เกิดรูขนาดเล็ก (nanopores) จำนวนมากที่เยื่อหุ้มเซลล์แบบถาวร ซึ่งจะทำให้เซลล์เกิดการตายแบบธรรมชาติ (apoptosis ) โดยผู้ป่วยที่รับการรักษาด้วยวิธีการนี้จะมีแผลขนาดเล็ก พักฟื้นในโรงพยาบาล 1 คืนสามารถกลับบ้านได้ มีความแม่นยำสูง และภาวะแทรกซ้อนน้อย

“ข้อดีของการใช้มีดนาโน คือ สามารถใช้รักษาก้อนเนื้องอกที่อยู่ชิดกับหลอดเลือดและท่อน้ำดี และทำให้เกิดการตายสมบูรณ์ในเฉพาะเซลล์เนื้องอก แต่จะไม่ทำลายเนื้อเยื่อและโครงสร้างร่างกายข้างเคียง ขณะที่การรักษาด้วยการจี้ความร้อนแบบเดิมมีข้อจำกัดในก้อนเนื้องอกที่อยู่ชิดกับหลอดเลือดและ ท่อน้ำดี อาจเกิดผลการรักษาที่ไม่ดีขึ้นได้

เพราะความร้อนที่ใช้สามารถทำให้เกิดการบาดเจ็บแก่หลอดเลือดหรือท่อน้ำดีได้ รวมทั้งอาจเกิดการพัดพาความร้อนออกจากก้อนเนื้องอก เนื่องจากเลือดที่ไหลผ่าน (heat-sink effect) ทำให้ก้อนเนื้องอกบริเวณที่อยู่ใกล้กับหลอดเลือดนั้นไม่ได้รับความร้อนที่สูงพอ ส่งผลให้มีโอกาสเกิดเนื้องอกกลับเป็นซ้ำในตำแหน่งเดิมได้ (recurrent tumor)” นพ.สมราชกล่าว

แต่ในการรักษาด้วยมีดนาโนมีข้อจำกัดคือจะไม่พิจารณาให้การรักษาในผู้ป่วยที่ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ หัวใจเต้นผิดจังหวะ ก้อนเนื้องอกที่อยู่ใกล้หัวใจ เพราะกระแสไฟฟ้าที่เข้าไปจะทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะได้ รวมถึงก้อนเนื้องอกมีขนาดใหญ่ไม่เกิน 5 มิลลิเมตร และมีค่าใช้จ่ายในการรักษาสูงเฉลี่ย 1.5-2 แสนบาท

อย่างไรก็ตามเนื่องจากเป็นเทคโนโลยีขั้นสูงจึงมีค่าใช้จ่ายในการรักษาสูงและยังไม่ครอบคลุมสิทธิการรักษาภาครัฐ แต่ในกรณีที่ผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ว่าต้องรับการรักษาด้วยวิธีการนี้ ร.พ.ศิริราชก็จะให้การรักษาผู้ป่วยที่มีข้อบ่งชี้ทุกราย

หากผู้ป่วยไม่สามารถแบกรับค่าใช้จ่ายเอง ก็จะใช้เงินช่วยเหลือจากโครงการรักษาผู้ป่วยด้อยโอกาสด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงและค่าใช้จ่ายสูง เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ทั้งนี้ประชาชนที่มีความประสงค์จะร่วมช่วยเหลือผู้ป่วยให้เข้าถึงการรักษาพยาบาลมากขึ้น สามารถติดต่อบริจาคได้ที่ศิริราชมูลนิธิ โทร. 0-2419-7658-60

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน