เอเอฟพีรายงานว่า โครงการเอดส์แห่งสหประชาชาติ หรือยูเอ็นเอดส์ เปิดเผยรายงานเมื่อวันที่ 20 ก.ค. ถึงสถานการณ์โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือเอดส์ ว่าเมื่อปี 2559 มีผู้เสียชีวิตประมาณ 1 ล้านรายทั่วโลก ซึ่งเป็นจำนวนที่ลดลงถึงเกือบครึ่งหนึ่งของสถิติผู้เสียชีวิตเมื่อปี 2548 ที่มี 1.9 ล้านราย
สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มความร้ายแรงของโรคเอดส์ที่กำลังลดลงในผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวี เนื่องมาจากการรักษาที่มีประสิทธิภาพและความสะดวกในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ของผู้ป่วย

ยูเอ็นเอดส์ระบุว่า จำนวนผู้ป่วยเป็นโรคเอดส์ทั่วโลกอยู่ที่ 36.7 ล้านคน ในจำนวนนี้ ประมาณ 19.5 ล้านคน นั้นกำลังได้รับการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ ถือเป็นครั้งแรกที่จำนวนผู้ป่วยที่เข้าถึงการบริการทางการแพทย์นั้นเกินครึ่งของจำนวนผู้ป่วยทั้งหมด

สำหรับจำนวนผู้ป่วยใหม่เมื่อปี 2559 นั้นอยู่ที่ 1.8 ล้านคน ถือว่าลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับสถิติสูงสุดเมื่อปี 2540 ซึ่งมีถึง 3.5 ล้านคนทั่วโลก ส่งผลให้สถิติโดยภาพรวมของผู้ป่วยมีทั้งสิ้นกว่า 76.1 ล้านคน ตั้งแต่การแพร่ระบาดของเชื้อเอชไอวีเริ่มขึ้นในช่วงปี 2523 และคร่าชีวิตผู้คนไปแล้วทั่วโลกกว่า 35 ล้านราย
อย่างไรก็ดี ยูเอ็นเอดส์ เตือนว่า ประชาคมโลกจำเป็นที่จะต้องร่วมกันทำงานหนักต่อไป เนื่องจากยังมีผู้ป่วยเอดส์อีกกว่าร้อยละ 30 ที่ไม่ทราบว่าตัวเองติดเชื้อดังกล่าว และร้อยละ 17.1 ไม่สามารถเข้าถึงการรักษาที่ถูกต้อง อีกทั้งมากกว่าครึ่งของผู้ป่วยที่ยังไม่มีโอกาสได้รับยาต้านไวรัส