“พลาดิศัย จันทรทัต”

การแข่งขัน เอบียู โรบอท คอนเทสต์ (ABU Robot Contest) เกิดขึ้นจากการที่ประเทศสมาชิกสหภาพวิทยุและโทรทัศน์แห่งภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก รวมตัวกันจัดกิจกรรมแข่งขันหุ่นยนต์ระดับอาชีวศึกษาและระดับอุดมศึกษาขึ้นเป็นประจำ ทุกปี โดยให้สถานีโทรทัศน์ซึ่งเป็นสมาชิกเอบียูสลับ สับเปลี่ยนหมุนเวียนกันเป็นเจ้าภาพ ประเทศไทยมีบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) เป็นเจ้าภาพ

โดยเจ้าภาพจะต้องกำหนดหัวข้อการแข่งขันจากวัฒนธรรมการละเล่นพื้นถิ่นของตนเอง ล่าสุด ในการแข่งขัน “เอบียู เอเชีย-แปซิฟิก โรบอท คอนเทสต์ โรโบคอน 2017” เจ้าภาพญี่ปุ่นหยิบยก “โตเซ็นเคียว” การละเล่นยอดนิยมในอดีตของชาวแดนอาทิตย์อุทัยมาประยุกต์เป็นหัวข้อการแข่งขันในชื่อว่า “ยุทธการจานร่อน”

การแข่งขันเริ่มจากแบ่งทีมออกเป็นฝั่งแดงกับน้ำเงิน ตรงกลางมีแท่นวงกลมตั้งอยู่ 7 แท่น บนแท่นวางลูกบอลชายหาดไว้ 7 ลูก เมื่อได้ยินสัญญาณ ผู้ควบคุมหุ่นยนต์ทั้ง 2 ทีมจะมีเวลา 3 นาทีในการระดมยิงจานร่อนซึ่งมีจำนวนจำกัดแค่ 50 ใบ ไปชนให้ลูกบอลชายหาดตกลงมา และยิงจานร่อนไป วางอยู่บนแท่นวงกลมแทน แต่ละแท่นมีคะแนนแตกต่างกัน หากทำได้ครบทุกเสา คำว่า “อัปปาเระ” (Appare) ซึ่งคนญี่ปุ่นสมัยก่อนใช้แทนคำว่า “สุดยอด ยอดเยี่ยม” จะปรากฏอยู่บนสกอร์บอร์ด หมายความว่าชนะน็อกคู่ต่อสู้ และเกมการแข่งขันถือเป็นอันสิ้นสุดทันที

เมื่อได้หัวข้อการแข่งขันมาแล้ว ประเทศสมาชิกจึงกลับมาจัดการแข่งขันภายในประเทศ โดย บมจ. อสมท กำหนดจัดการแข่งขัน “ยุทธการจานร่อน” ขึ้นที่ศูนย์ประชุมธรรมศาสตร์ รังสิต ช่วงปลายเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา มีสุดยอดทีมหุ่นยนต์ที่ผ่านการคัดเลือกในระดับจังหวัดและระดับภาครวมทั้งสิ้น 16 ทีม แบ่งเป็นระดับอุดมศึกษา 8 ทีม และระดับอาชีวศึกษา 8 ทีม เข้าชิงชัยระดับประเทศ เพื่อหาหนึ่งเดียวไปแข่งขันระดับนานาชาติ

ผลปรากฏว่าทีม “พนมดิน Robot” จากวิทยาลัยการอาชีพ (วก.) ท่าตูม จ.สุรินทร์ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) คว้าแชมป์ระดับประเทศ เป็นตัวแทนประเทศไทยไปเข้าร่วมการแข่งขันระดับนานาชาติ กับตัวแทนจากชาติสมาชิก เอบียู จำนวน 18 ทีม ที่ โอตะซิตี้ เจเนอรัล ยิมเนเซียม กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อปลายเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา

ทีมพนมดิน Robot ประกอบด้วยนักเรียน นักศึกษา แผนกวิชาช่างอิเล็กทรอนิกส์ ระดับปวช. และปวส. จำนวน 6 คน ผู้เล่นบนเวที 3 คน ได้แก่ จิ๋ว ชาญวิทย์ จันทร์งาม หัวหน้าทีม, อ่วม ศุภชัย ภูเงิน และ อาร์ต สุทธิพงษ์ แสงภู่ ฝ่ายสนับสนุนอีก 3 คน ประกอบด้วย ยุทธ จรายุทธ ทองด้วง, แม็ก วิทยา กอยากลาง และ ปุ๊ สวพล เลาเลิศ โดยมี อ.บัญญัติ ธุรานุช และ อ.พัชรพงษ์ สวยรูป เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา

คณะผู้บริหารอาชีวศึกษาทั้งส่วนกลางและระดับสถานศึกษาที่เกี่ยวข้องพร้อมใจเดินทางไปร่วมให้กำลังใจถึงขอบสนาม ซึ่งนอกจากเป็นกองเชียร์แล้วยังใช้โอกาสนี้ศึกษาเทคโนโลยีของชาติต่างๆ ให้มากที่สุด เพื่อนำกลับมาประยุกต์ใช้ในห้องเรียนต่อไป

ก่อนชมเกมการแข่งขัน อ.เรวัฒน์ เอี่ยมจินตนากิจ ผู้ช่วยหัวหน้ากลุ่มวิจัยและพัฒนานวัตกรรมอาชีว ศึกษา เล่าว่าทีมจากอาชีวศึกษาว่างเว้นจากการเป็นตัวแทนประเทศมาแข่งขันรอบสุดท้ายนานกว่า 10 ปีแล้ว โดยทีมแรกและทีมเดียวในระดับอาชีวศึกษาที่คว้าแชมป์ เอบียู โรบอท คอนเทสต์ คือ “นายฮ้อยทมิฬ 2002 V.2” จาก วก.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร เมื่อปี 2546 “ผมคิดว่าเราสามารถเข้ารอบลึกๆ ได้ เพราะเด็กเตรียมตัวมาอย่างดี” อ.เรวัฒน์กล่าวอย่างมั่นใจ

เมื่อเข้าสู่การแข่งขัน “ทีมพนมดิน Robot” อยู่กลุ่มซีร่วมกับตัวแทนจากฮ่องกงและมองโกเลีย เด็กไทยอาศัยความนิ่งชนะทีมจากฮ่องกง 8 ต่อ 2 คะแนน จากนั้นทำอัปปาเระถึง 2 ครั้ง ล้มทีมจากมองโกเลียและอินโดนีเซียในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ทะลุเข้าสู่รอบ 4 ทีมสุดท้ายไปพบกับเพื่อนบ้านมาเลเซีย ผลปรากฏว่าทั้งสองทีมทำแต้มเสมอกันต้องแข่งใหม่

และเป็นทีมเสือเหลืองที่อาศัยความแม่นยำและว่องไวทำอัปปาเระ เข้าไปชิงกับว่าที่เจ้าภาพเอบียู โรบอท คอนเทสต์ 2018 เวียดนาม ที่ล้มเจ้าภาพญี่ปุ่นมาได้ ก่อนที่สุดท้ายเวียดนามจะสร้างผลงานยอดเยี่ยมทำอัปปาเระ คว้าแชมป์ไปครองได้สำเร็จ

แม้ทีมไทยจะไม่สามารถทะลุเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศ แต่เด็กๆ จาก วก.ท่าตูม สร้างผลงานคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ร่วม และรางวัลพานาโซนิค อวอร์ด อีกทั้งยังสร้างความประทับใจให้ผู้ชมรอบสนามเมื่อพร้อมใจกันยกมือไหว้ขอบคุณผู้ชม เรียกรอยยิ้มและเสียงปรบมือกึกก้อง

อ่วม ศุภชัย เผยว่า “ภาคภูมิใจที่เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างชื่อเสียงให้ประเทศ ไทย การเข้าถึงรอบ 4 ทีมสุดท้ายถือว่าเกินเป้าหมายที่วางเอาไว้ ตั้งเป้าจะเป็นตัวแทนประเทศไทยให้ได้อีกครั้ง”

ด้านที่ปรึกษาทีม อ.บัญญัติกล่าวพร้อมรอยยิ้มภูมิใจว่า จุดเด่นของเด็กชุดนี้คือมีสมาธิสูงมาก ดีใจที่เด็กๆ สามารถแข่งขันกับเด็กมหาวิทยาลัยในระดับนานาชาติได้อย่างน่าประทับใจ

ปิดท้ายที่รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีว ศึกษา (กอศ.) ประชาคม จันทรชิต กล่าวสรุปว่า

“การแข่งขันในครั้งนี้นอกจากสร้างความภาคภูมิใจให้คนไทยแล้ว ยังแสดงให้เห็นว่าเด็กอาชีวศึกษาในวันนี้ มีความสามารถที่จะแข่งขันระดับนานาชาติได้อย่างดีเยี่ยม”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน