สำนักข่าว บีบีซี รายงานรวบรวมและคัดเลือกเหตุการณ์สำคัญด้านวิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อมที่เป็นเรื่องใหญ่ที่สุดในปีค.ศ.2017 ดังนี้
ดาวชนดาว!
ปรากฏการณ์นี้ได้รับการค้นพบผ่านคลื่นความโน้มถ่วง (Gravitational Wave) ชนิดใหม่ที่มาจากการรวมตัวกันหรือการชนกันของดาวเคราะห์ที่กำลังจะหมดอายุไข เรียกว่า ดาวนิวตรอน
การค้นพบนี้เกิดขึ้นหลังการยืนยันทฤษฎีคลื่นความโน้มถ่วงที่ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ คิดไว้เมื่อ 100 ปีก่อน โดยทางห้องปฏิบัติการไลโก้ ของสหรัฐอเมริกาที่ประกาศการค้นพบคลื่นนี้จากการรวมตัวของหลุมดำเมื่อปี 2559 และเพิ่งได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ไปในปีนี้

ภาพจำลองนาทีดาวนิวตรอนชนกัน (Robin Dienel/Carnegie Institution for Science via AP)
ดาวนิวตรอน ถือเป็นสภาวะสุดท้ายของดาวที่กำลังจะหมดอายุไข และมีมวลมหาศาลมาก เพียง 1 ช้อนชาของดาวนิวตรอนหากนำมาไว้บนโลกอาจหนักถึง 1 พันล้านตัน
การชนกันของดาวนิวตรอนส่งผลให้กล้องถ่ายภาพต่างๆ ทั้งบนโลกและยานอวกาศพุ่งเป้าสังเกตการณ์ไปยังปรากฏการณ์นี้เพื่อศึกษาข้อมูลและบันทึกลักษณะการเกิดขึ้นจริงในกลุ่มดาวไฮดรา กาแล็กซีอันไกลโพ้น ห่างจากโลกไปประมาณ 1 พันล้านปีแสง ทำให้นักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่าการชนกันของดาวนิวตรอนนั้นเป็นพื้นฐานของการกำเนิดแร่ทองคำและทองคำขาวในอวกาศ!?
ลาก่อนแคสสินี
แคสสินี (Cassini) เป็นยานสำรวจขององค์การบริหารการบินและอวกาศสหรัฐอเมริกา หรือนาซ่า เดินทางไปเพื่อศึกษาดาวเสาร์และดวงจันทร์บริวาร ถึงพื้นที่เป้าหมายตั้งแต่ปี 2546 และมีคุณูปการต่อมนุษยชาติอย่างมาก เพราะส่งข้อมูลกลับมามหาศาล อาทิ ภูเขาไฟที่พ่นน้ำแข็งออกมาแทนบนดวงจันทร์ เอ็นเซลาดัส ทะเลสาบและแม่น้ำก๊าซมีเทนบนไททัน ดวงจันทร์บริวารใหญ่ที่สุด และบันทึกภาพพายุขนาดใหญ่บนดาวเสาร์

(NASA/JPL/Space Science Institute via AP)
ภารกิจหลายปีที่ใหญ่หลวงเหล่านี้ทำให้ยานประสบปัญหาเชื้อเพลิงร่อยหรอ ทางนาซ่าจึงตัดสินใจให้แคสสินีใช้เชื้อเพลิงที่เหลืออยู่ปรับวงโคจรหนีออกจากเศษหินที่พุ่งเข้าใส่ และพุ่งตกลงไปในดาวเสาร์แทนเป็นภารกิจสั่งลา
แคสสินียังคงส่งข้อมูลภารกิจดังกล่าวกลับมาให้นาซ่าจนถึงวินาทีสุดท้ายก่อนมันจะแตกสลายไป ท่ามกลางบรรยากาศในห้องปฏิบัติการเต็มไปด้วยรอยยิ้มของความสำเร็จ และน้ำตาแห่งการบอกลาของบรรดาเจ้าหน้าที่นาซ่า โดยบางคนถึงขั้นลุกขึ้นยืนเพื่อไว้อาลัยให้แก่ยานดังกล่าว

โลกร้อนงมงาย!? ทรัมป์ถอนตัวข้อตกลงปารีส
วิกฤตสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง หรือโลกร้อน ที่กำลังส่งผลกระทบรุนแรงต่อประชาคมโลก ผ่านการศึกษาวิจัยจากนักวิทยาศาสตร์มานานกว่า 20 ปี กระทั่งผลิดิกออกผลเป็นข้อตกลงกรุงปารีส เมื่อ 22 เม.ย. 2559 ที่ทุกชาติบนโลกลงนามเข้าร่วมถูกประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐอเมริกาคนใหม่ โจมตีว่าเป็นเรื่องงมงาย

President Donald Trump speaks about the U.S. role in the Paris climate change accord, Thursday, June 1, 2017 (AP Photo/Pablo Martinez Monsivais)
ทรัมป์ประกาศนำสหรัฐออกจากข้อตกลงดังกล่าวเมื่อ 1 มิ.ย.ปีนี้ ปัจจุบัน สหรัฐ เป็นชาติเดียวในโลกที่ไม่ร่วมข้อตกลงดังกล่าว แม้จะเป็นชาติผู้ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หนึ่งในต้นเหตุโลกร้อน มากที่สุดในโลก (เมื่อคิดปริมาณรวมสุทธิ)
ดาวเคราะห์เหมือนโลกรวดเดียว 7 ดวง!?
สภาพแวดล้อมของดาวเคราะห์โลกนั้นเป็นสภาวะที่หาได้ยากยิ่งในอวกาศ ส่งผลให้บรรดานักวิทยาศาสตร์ใช้สภาพแวดล้อมของโลกเป็นพื้นฐานในการค้นหาสิ่งมีชีวิตนอกโลก
จากการสำรวจล่าสุด พบเพียงแค่ 3,500 ดวง ซึ่งแต่ละดวงนั้นแม้จะมีสภาพแวดล้อมใกล้เคียงกับโลกแต่ก็ยังมีความประหลาด เช่น มีวงแหวนใหญ่กว่าดาวเสาร์ 200 เท่า

ในปีนี้ นักวิทยาศาสตร์ต่างตกตะลึงกับการค้นพบดาวเคราะห์ที่มีลักษณะคล้ายโลกใหม่พร้อมกันถึง 7 ดวง ทั้งหมดอยู่ในระบบดาวเดียวกันชื่อ แทร็ปพิสต์-วัน ในจำนวนนี้ มี 3 ดวง ที่มีสภาพแวดล้อมซึ่งมนุษย์อาจอยู่อาศัยได้ และมีน้ำเป็นของเหลวอยู่บนพื้นผิวดาว ซึ่งเป็นสัญญาณว่ามีโอกาสที่จะมีสิ่งมีชีวิตอยู่
พลิกตำราวิวัฒนาการมนุษยชาติ
เมื่อเดือนก.ค. เป็นข่าวใหญ่ในวงการบรรพชีวินวิทยา หลังนักโบราณคดีค้นพบซากโครงกระดูกมนุษย์โบราณทางเหนือของทวีปแอฟริกา โดยโครงกระดูกดังกล่าวเป็นเป็นบรรพบุรุษของมนุษย์ปัจจุบัน (Homo sapiens)
ผลการพิสูจน์อายุของกระดูกพบว่า Homo sapiens อาจมีชีวิตอยู่บนโลกเมื่อ 3 แสนปีก่อน ขัดแย้งกับทฤษฎีที่มนุษย์ทุกเผ่าพันธุ์พัฒนามาจากอารยธรรมเดียวกันทางตะวันออกของแอฟริกาเมื่อ 2 แสนปีก่อน

ทฤษฎีใหม่สอดรับกับการค้นพบโครงกระดูกมนุษย์สายพันธุ์ใหม่ Homo naledi เมื่อปี 2558 โดยมีความเก่าแก่ประมาณ 2-3 แสนปีก่อน ทำให้นักโบราณคดีเชื่อว่ามนุษย์สายพันธุ์นี้น่าจะเคยพบกับมนุษย์สายพันธุ์ที่เป็นบรรพบุรุษของมนุษย์ปัจจุบัน
สุริยุปราคาเต็มดวงเหนืออเมริกาครั้งแรกรอบ 241 ปี
ปรากฏการณ์สุริยุปราคาเต็มดวงเหนือแผ่นดินสหรัฐอเมริกาที่เกิดขึ้นเมื่อ 21 ส.ค.ปีนี้ มีความพิเศษมีชาวอเมริกันนับล้านๆ คน เดินทางออกมาชุมนุม เพราะเป็นครั้งแรกที่สุริยุปราคาเต็มดวงเกิดขึ้นครั้งแรกนับตั้งแต่ปีพ.ศ. 2319 ปีที่สหรัฐถือกำเนิดขึ้น

AFP

/ AFP PHOTO / NICHOLAS KAMM
และยังเป็นการครบรอบ 99 ปี ที่สุริยุปราคาเปลี่ยนจากฝั่งตะวันตกของอเมริกามาเป็นฝั่งตะวันออก ส่งผลให้ฝั่งตะวันออกของสหรัฐมืดสนิทเป็นเวลา 2 นาที 40 วินาที ครั้งแรกในรอบ 241 ปี
อูมัวมัว ผู้มาเยือนนอกจากจักรวาล
ที่ผ่านมานั้นบรรดานักวิทยาศาสตร์เคยคาดว่าโลกนั้นอาจมีโอกาสได้พบเห็นวัตถุประหลาดจากนอกระบบสุริยะ หรืออินเทอร์สเตลลา ที่จะเดินทางผ่านเข้ามาใกล้โลก หรืออาจถึงขั้นชนโลก (ในบางทฤษฎี) ในปีนี้ถือเป็นครั้งแรกที่มนุษย์ตรวจจับวัตถุที่ว่านี้ได้
วัตถุดังกล่าวได้รับการค้นพบโดย นายโรเบิร์ต วีร์ริค ด้วยกล้องโทรทัศน์ Pan-STARRS ที่ศูนย์สังเกตการณ์ปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ ฮาลีอากาล่า บนเกาะฮาวาย อุกกาบาตนี้ได้รหัสทางการว่า 1I/2017 U1 หรือ อูมัวมัว – Oumuamua แปลว่า ทูตผู้มาเยือนจากแดนไกลพ้น

AFP PHOTO / European Southern Observatory / M. Kornmesser /
เพราะการวิเคราะห์ทิศทางการบินพบว่า อูมัวมัว นั้นมาจากแถบไคเปอร์ หรือไคเปอร์ เบลต์ (KBO) หมายถึง บริเวณที่อยู่เลยวงโคจรของดาวเนปจูนออกไป ที่ด้านนอกระบบสุริยะรอบนอก มีบริเวณกว้าง 5,600 ล้านกิโลเมตร หรืออีกชื่อว่าวัตถุพ้นดาวเนปจูน (TNO)
ส่วนลักษณะของอูมัวมัว เป็นแท่งยาวประมาณ 230 เมตร กว้างและสูงเท่ากัน 35 เมตร มีสีออกแดงเรื่อ คาดว่าเป็นผลมาจากถูกรังสีคอสมิกต่อเนื่องนานหลายล้านปี
ร้อนจนขั้วโลกใต้ยังร้าว–แผ่นน้ำแข็งยักษ์แยกตัว
การแยกตัวของแผ่นน้ำแข็ง ลาร์เซน ซี (Larsen C) เมื่อเดือนก.ค. ทำให้นักวิทยาศาสตร์คาดว่าเป็นหนึ่งในผลลัพธ์ที่สะท้อนถึงอุณหภูมิเฉลี่ยในโลกที่กำลังเพิ่มสูงขึ้นจากวิกฤตโลกร้อน

แผ่นน้ำแข็งดังกล่าวที่ขั้วโลกใต้แยกตัวออกมาหลังรอยร้าวที่ปรากฏมานานหลายปี มีขนาดถึง 6,000 ตารางกิโลเมตร เท่ากับแคว้นเวลส์ของอังกฤษ ส่งผลให้นักวิจัยเชื่อว่า แผ่นน้ำแข็งลาร์เซน ซี นั้นอยู่ในภาวะเลวร้ายที่สุดตั้งแต่สิ้นสุดยุคน้ำแข็งเมื่อ 11,700 ปีก่อน
นี่คือภัยเตือนโลกที่เป็นหลักฐานชัดเจนในปี 2017