พบผู้ปกครอง!
อยู่ในกลุ่มเสี่ยง
‘โควิดดีเจ’ลาม โรงเรียนดังสมุทรปราการสั่งปิด 4 วัน หลังพบผู้ปกครองเด็กนักเรียนอยู่ในกลุ่มเสี่ยงพร้อมระดมบิ๊กคลีนนิ่ง สธ.ระบุผู้ปกครองรายนี้เป็นกลุ่มเสี่ยงต่ำ ตรวจแล้วทั้งครอบครัวไม่ติดเชื้อ ศบค.เผยไทยติดเชื้ออีก 1 ราย เป็นหนุ่มญี่ปุ่นเดินทางเข้ามาทำงานถ่ายทำภาพยนตร์ ตรวจพบระหว่างกักตัว ขณะที่ทั่วโลกป่วยเกือบ 28 ล้าน เสียชีวิตกว่า 9 แสน รัฐบาลเดินหน้าแผนเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเที่ยวในไทย แต่ต้องกักตัว 14 วัน หากพ้นกำหนดแล้วปลอดเชื้อ สามารถไปเที่ยวได้ทั่วประเทศ พร้อมปรับใหม่ ‘ภูเก็ตโมเดล’ เนื่องจากที่ผ่านมาเกิดความสับสน พร้อมให้ไปท่องเที่ยวได้ทั่วไป สั่งกระทรวงการท่องเที่ยวฯเร่งสรุป
พบติดเชื้อเพิ่ม 1-หนุ่มญี่ปุ่น
เมื่อวันที่ 9 ก.ย. ศูนย์บริหารสถานการณ์ โควิด-19 (ศบค.) เปิดเผยข้อมูลผ่านเฟซบุ๊กศูนย์ข้อมูลโควิด-19 ว่า วันนี้มีผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่เพิ่ม 1 ราย หายป่วยเพิ่ม 2 ราย และไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม ผู้ป่วยยืนยันสะสมรวม 3,447 ราย แบ่งเป็นการติดเชื้อในประเทศ 2,445 ราย สถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ 509 ราย หายกลับบ้านรวม 3,286 ราย ยังรักษาในร.พ. 103 ราย เสียชีวิตยังเท่าเดิมรวม 58 ราย
ทั้งนี้ ผู้ป่วยรายใหม่เดินทางมาจากต่างประเทศและเข้าพักในสถานที่เฝ้าระวังของรัฐ หรือสเตต ควอรันทีน โดยเดินทางมาจากประเทศญี่ปุ่น เป็นชายสัญชาติญี่ปุ่นอายุ 38 ปี อาชีพถ่ายทำภาพยนตร์ เดินทางถึงไทยวันที่ 4 ก.ย. เข้าพักในอัลเทอร์เนทีฟ สเตต ควอรันทีน (ASQ) ในกทม. ตรวจหาเชื้อครั้งที่ 1 วันที่ 7 ก.ย. ผลตรวจพบเชื้อ ไม่มีอาการ
สำหรับสถานการณ์โควิด-19 ทั่วโลก มี ผู้ติดเชื้อรวม 27,733,432 ราย เป็นผู้ติดเชื้อรายใหม่ 247,538 ราย อาการรุนแรง 60,444 ราย รักษาหายแล้ว 19,827,663 ราย เสียชีวิต 901,833 ราย ส่วนประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด ได้แก่ 1.สหรัฐอเมริกา 6,514,231 ราย เป็นรายใหม่ 28,656 ราย ตามด้วยอินเดีย 4,367,436 ราย เป็นรายใหม่ 89,852 ราย ขณะที่พม่ายังมีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มต่อเนื่องคือ 191 ราย ทำให้ยอดสะสมรวม 1,709 ราย
ผลตรวจสัมผัสดีเจไร้เชื้อ 537
ขณะเดียวกัน ศบค.ยังเปิดเผยผลการสอบสวนโรคผู้สัมผัสผู้ต้องขังชายที่ติด โควิด-19 ว่า มีผู้สัมผัสจากกรณีนี้รวม 1,003 ราย เป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 119 ราย สัมผัสเสี่ยงต่ำ 884 ราย ดำเนินการส่งตรวจหาเชื้อโควิด-19 รวม 569 ราย ผลไม่พบเชื้อ 537 ราย อยู่ระหว่างรอผล 32 ราย
แบ่งเป็น 1.บุคคลในครอบครัว 6 รายสัมผัสเสี่ยงสูง ทั้งหมดไม่พบเชื้อ 2.คอนโดบ้านสวนธน สัมผัสเสี่ยงต่ำ 143 ราย ทั้งหมดไม่พบเชื้อ 3.ศาลอาญา 492 ราย เสี่ยงสูง 14 ราย ผลตรวจครั้งแรกวันที่ 3 ก.ย.ไม่พบเชื้อ ตรวจครั้งที่ 2 วันที่ 7-8 ก.ย.อยู่ระหว่างรอผล กลุ่มเสี่ยงต่ำ 478 ราย โดยตรวจเชื้อ 146 ราย ผลเป็นลบ 4.โรงพยาบาลราชทัณฑ์ สัมผัสเสี่ยงต่ำ 6 ราย
5.ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง กลุ่ม เจ้าหน้าที่สัมผัส 85 ราย เป็นเสี่ยงสูง 24 ราย อยู่ระหว่างรอผลตรวจ เสี่ยงต่ำ 61 ราย ตรวจเชื้อ 8 รายอยู่ระหว่างรอผล กลุ่มผู้ต้องขังสัมผัสเสี่ยง 36 ราย โดยจำนวน 35 รายแรกผลตรวจครั้งแรกไม่พบเชื้อ แม้มีผู้ป่วยเข้าเกณฑ์ PUI อยู่ระหว่างรอผลตรวจครั้งที่ 2 ส่วนอีก 1 ราย เป็นการพบเพิ่มเติมซึ่งถูกประกันตัวออกไป ขณะนี้ติดตามได้แล้ว รอนัดเก็บตัวอย่าง
6.เรือนจำพิเศษกรุงเทพ ผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 8 ราย โดย 1 รายมีอาการเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคหรือ PUI การตรวจครั้งแรกไม่พบเชื้อ ตรวจครั้งที่ 2 อยู่ระหว่างรอผล 7.ร้าน 3 วัน 2 คืน สาขาพระราม 3 เป็นพนักงาน 14 ราย เสี่ยงสูง 3 ราย และเสี่ยงต่ำ 11 ราย ลูกค้า 23 ราย เสี่ยงสูง 1 ราย เสี่ยงต่ำ 22 ราย ผลตรวจไม่พบเชื้อ 8.ร้าน 3 วัน 2 คืน สาขาพระราม 5 พนักงาน 600 ราย สัมผัสเสี่ยงสูง 25 ราย ทั้งหมดไม่พบเชื้อ สัมผัสเสี่ยงต่ำ 35 ราย 9.เฟิร์ส คาเฟ่ ถนนข้าวสาร พนักงาน 15 ราย เสี่ยงสูง 2 ราย มีอาการเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคไม่พบเชื้อ และเสี่ยงต่ำ 13 รายไม่พบเชื้อเช่นกัน
โรงเรียนดังปากน้ำปิดเรียน
วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โรงเรียนสารสาสน์วิเทศศึกษา จ.สมุทรปราการ ออกประกาศเรื่องมาตรการและการเฝ้าระวังการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ว่า ตามที่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข แถลงข่าวพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 วันที่ 3 ก.ย.63 จำนวน 1 ราย โรงเรียนสารสาสน์วิเทศศึกษามีความห่วงใยสถานการณ์ดังกล่าว ดังนั้นในวันที่ 4 ก.ย. โรงเรียนได้ร่วมกับสาธารณสุขอ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านคลองนาเกลือน้อย อ.พระสมุทรเจดีย์ ประเมินมาตรการต่างๆที่โรงเรียนดำเนินการภายในโรงเรียน ดังนี้ 1.สำรวจสิ่งแวดล้อมและมาตรการป้องกันการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคไรนา 2019 พบว่า ได้มาตรฐานตามเกณฑ์ มีจุดคัดกรองอุณหภูมิของทุกทางเข้าอาคาร มีจุดล้างมือเพียงพอตามมาตรฐาน ให้ผู้ปกครองคุณครูและนักเรียนสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา มีการจัดระยะห่างในโรงอาหารและห้องเรียน และมีการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อทุกวันหลังเลิกเรียน
ทบทวนให้สุขศึกษาในเรื่องโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ความเข้มข้นของมาตรการการเฝ้าระวังป้องกันโรคติดเชื้อโควิด
จัดกลุ่มสื่อสารเฉพาะกิจ เพื่อเป็นช่องทางการสื่อสารระหว่างผู้บริหารโรงเรียน เจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง
นอกจากนี้โรงเรียนขอประกาศหยุดเรียนระหว่าง วันที่ 8-11 ก.ย.2563
ระหว่างนี้โรงเรียนจะจัดการเรียนการสอนผ่านไลน์กลุ่ม ในระดับชั้นอนุบาล-ป.4 ส่วนระดับชั้นป.5-ม.6 จะจัดการสอบผ่าน Google Meet / Google Classroom
เลื่อนกำหนดสอบกลางภาคเรียนที่ 1/2563 ระหว่างวันที่ 15-18 ก.ย.63 จากกำหนดเดิมวันที่ 14-17 ก.ย.63
ดำเนินการทำความสะอาดทั้งระบบบิ๊ก คลีนนิ่ง โดยโรงเรียนร่วมมือกับรพ.สต.บ้านคลองนาเกลือน้อย หากผู้ปกครองพบว่านักเรียนในความดูแลมีอาการป่วยมีไข้ ให้หยุดเรียนต่อได้ทันที ทางโรงเรียนจะดูแลเรื่องการเรียนให้ในภายหลัง
สธ.แจงผู้ปกครองกลุ่มเสี่ยงต่ำ
ด้านนพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผอ.กองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงโรงเรียนสารสาสน์วิเทศศึกษา จ.สมุทรปราการ ประกาศหยุดเรียนวันที่ 8-11 ก.ย. 63 เนื่องจากมีผู้ปกครองของนักเรียนติดเชื้อโควิด 19 จำนวน 1 รายนั้นว่า ผู้ปกครองของเด็กที่ติดเชื้อโควิด 19 เป็นกรณีที่กรมควบคุมโรคแถลงเมื่อวันที่ 3 ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งสมาชิกครอบครัวทั้งหมด 6 คนได้รับการตรวจแล้ว ไม่พบเชื้อโควิด พร้อมกับเข้ารับการกักกันซึ่งจะครบ 14 วัน ในวันที่ 10 ก.ย.นี้ ดังนั้นนักเรียนและครูที่โรงเรียนซึ่งเป็นผู้สัมผัสกับเด็กที่ไม่พบเชื้อ จึงไม่ใช่กลุ่มเสี่ยง เนื่องจากผู้ปกครองรายนี้เพียงไปส่งเด็ก แต่ไม่ได้เข้าไปในพื้นที่โรงเรียน และขณะนั้นสวมหน้ากากอนามัย มีผู้ที่ทำหน้าที่คัดกรองหน้าโรงเรียน 3 คน เป็นผู้เสี่ยงต่ำ ส่วนคนในโรงเรียนที่เหลือจึงไม่ใช่กลุ่มเสี่ยง โอกาสได้รับเชื้อแทบไม่มี เพราะไม่ได้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อโดยตรง และเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นนานกว่า 2 สัปดาห์แล้ว จึงขอให้ประชาชนไม่ต้องกังวล แต่ยังคงต้องตระหนักถึงการป้องกันโรคต่อไป
เปิดไทม์ไลน์หนุ่มโสมติดโควิด
วันเดียวกัน พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รองผบช.สตม. กล่าวถึงข่าวจะมีการแพร่ระบาด โควิด-19 รอบสอง จนมีการแพร่ภาพชาวพม่ากำลังอพยพต่อคิวแน่นด่านแม่สอด จ.ตาก พร้อมระบุข้อความ อินเดียจะมีผู้ป่วยสะสมเกิน 4 ล้านคน ทำให้ต้องหนีตายไปยังบังกลาเทศ คนบังกลาเทศหนีเข้ายะไข่ ประเทศเมียนมา และเข้ามาอยู่เต็มแม่สอดนั้นว่า เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่า ภาพที่มีการเผยแพร่เป็นภาพเก่าที่มีการเสนอข่าวผ่านเว็บไซต์หนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งของอินเดีย จากการตรวจสอบอย่างละเอียดพบว่าภาพที่ปรากฏเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 มี.ค.63 ซึ่งเป็นช่วงที่โควิดเริ่มระบาด สถานประกอบการก็เริ่มปิดตัว ทำให้แรงงานชาวเมียนมาต้องเดินทางกลับประเทศ ซึ่งเหตุการณ์นี้เป็นการรอเดินทางออก ไม่ได้เป็นการรอเข้ามาในประเทศไทย รวมถึงเป็นเหตุการณ์ที่เกิดก่อนมีการประกาศพ.ร.ก.โรคระบาด วันที่ 26 มี.ค. ทั้งนี้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่น เจ้าหน้าที่ตม. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณด่านก็พบว่าเหตุการณ์ปกติ
ด้านพล.ต.ต.ปิติ นิธินนทเศรษฐ์ ผบก.ตม.1 กล่าวถึงกรณีมีข่าวนักท่องเที่ยวชาวเกาหลี ตรวจพบเชื้อโควิดหลังกลับจากไทยว่า จากการตรวจสอบพบว่านักท่องเที่ยวคนดังกล่าวชื่อนายคิม ชาวเกาหลีใต้ เดินทางมาจากเวียงจันทน์ สปป.ลาว เข้ามายังประเทศไทยเมื่อวันที่ 16 มี.ค. จากนั้นวันที่ 20 ส.ค. เดินทางไปขอต่ออายุหนังสือเดินทางที่ตม.ส่วนย่อยเมืองทองธานี กระทั่งวันที่ 3 ก.ย. นายคิมไม่ได้เดินทางมาฟังผลการอนุญาตการให้อยู่ต่อ จากนั้นเวลา 00.15 น. วันที่ 4 ก.ย. นายคิมเดินทางกลับประเทศเกาหลีใต้โดยผ่านช่องทางตม.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ก่อนจะมีข่าวว่านายคิมติดเชื้อในวันที่ 5 ก.ย. ซึ่งรวมระยะเวลาที่นายคิมอยู่ในไทยจำนวน 19 วัน
“เมื่อทราบข่าวการติดเชื้อของนายคิม มีการตรวจสอบพบว่ามีเจ้าหน้าที่ชั้นประทวน 1 นาย และนายตำรวจหญิง ยศ ร.ต.อ. อีก 1 นาย ที่ประจำอยู่ส่วนย่อยเมืองทองธานีใกล้ชิดกับนายคิม จึงส่งตัวทั้ง 2 คนไปตรวจหาเชื้อที่โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอลเซ็นเตอร์ แต่ไม่พบเชื้อ รวมถึงให้ผู้ที่ใกล้ชิดตำรวจทั้ง 2 นาย รวมทั้งหมด 28 คนหยุดงาน พร้อมให้ไปตรวจหาเชื้อเช่นกัน ซึ่งผลก็ออกมาแล้ว ไม่พบเชื้อ อย่างไรก็ตามเพื่อความมั่นใจ วันนี้ส่งตัวทั้งหมดไปตรวจซ้ำด้วย ทางตม.มีการตรวจคัดกรองเป็นไปตามมาตรฐานทุกอย่าง มีเฟซชีลด์ หน้ากากอนามัย การเว้นระยะห่าง รวมถึงส่งข้อมูล ผู้ปฏิบัติให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแจ้งให้ทราบ ฝากถึงพี่น้องประชาชนอย่าตกใจ ให้เชื่อมั่นมาตรการการตรวจคัดกรองของสตม. ยืนยันสตม.ยังไม่มีเจ้าหน้าที่ติดเชื้อ”
มท.สั่งทุกจว.เข้มสกัดต่างด้าว
วันเดียวกัน ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงมหาดไทย (ศบค.มท.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศเพื่อนบ้านด้านตะวันตกของประเทศไทย และอาจแพร่ระบาดเข้ามาในไทย โดยผู้ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ซึ่งมิได้ผ่านมาตรการคัดกรองโรคตามที่ประเทศไทยกำหนด เพื่อป้องกันและสกัดกั้นมิให้เกิดการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย จะนำไปสู่การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในไทย นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย สั่งการไปยังผู้ว่าฯ ให้ดำเนินการ 3 มาตรการเข้มข้น ได้แก่ 1.ให้จังหวัดชายแดนที่มีพื้นที่ติดต่อกับประเทศเมียนมา เพิ่มความเข้มข้นในการเฝ้าระมัดระวังไม่ให้มีการลักลอบเดินทางเข้ามาในประเทศไทยโดยผิดกฎหมายและไม่ผ่านกระบวนการคัดกรองโรค
2.ให้จังหวัดที่มีพื้นที่ติดต่อกับชายแดนซึ่งมีเส้นทางคมนาคม ทั้งสายหลัก สายรอง ต่อเนื่องกัน จัดตั้งจุดตรวจ/จุดสกัด ตรวจตรา เฝ้าระวัง และสกัดกั้นผู้ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย หากพบให้ดำเนินการตามระเบียบกฎหมายและมาตรการทางด้านสาธารณสุข
3.ให้ทุกจังหวัดบูรณาการส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ติดตามค้นหาแรงงานต่างด้าวที่ลักลอบกลับเข้าประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย ทั้งในสถานประกอบการและสถานที่ทำงานที่มีการใช้แรงงานต่างด้าว หากพบให้ดำเนินการตามระเบียบกฎหมายและมาตรการทางด้านสาธารณสุข รวมทั้งให้ประชาสัมพันธ์ไปยังประชาชนในหมู่บ้าน/ชุมชน ช่วยกันเฝ้าระวัง สอดส่อง หากพบหรือมีบุคคลต้องสงสัยว่าเป็นแรงงานต่างด้าวที่ลักลอบกลับเข้าประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย ให้แจ้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายอำเภอ หรือศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดทางสายด่วน 1567 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อดำเนินการต่อไป
เดินหน้าดึงนักท่องเที่ยวเข้าไทย
วันเดียวกัน นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า ศูนย์บริหารสถานเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 หรือ ศบศ. ที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธาน เห็นชอบมาตรการให้ออกวีซ่าท่องเที่ยวพิเศษให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ (Special Tourist Visa) เข้ามาเที่ยวในประเทศไทย โดยจะต้องกักตัว 14 วัน เหมือนคนที่อยู่ต่างประเทศกลับเข้ามาในประเทศ หลังจากกักตัวแล้วไม่พบติดเชื้อโควิด-19 ก็สามารถเดินทางไปเที่ยวที่ต่างๆ ของประเทศไทยได้ทั้งหมด ตามที่นักท่องเที่ยวต้องการ อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าวให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาไปหารือรายละเอียดกับกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อเลือกประเทศที่นักท่องเที่ยวต่างชาติจะเดินทางเข้ามาได้ ไปหารือกับฝ่ายความมั่นคง รวมถึงศบค. หากทั้งหมดเห็นชอบก็ดำเนินการ หากไม่เห็นชอบก็ไม่ทำ
“กลุ่มแรกของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเข้าไทย จะดำเนินการเหมือนคนไทยที่กลับเข้าประเทศทุกอย่าง คือ กักตัว 14 วัน พ้นจากนั้นถือว่าไม่มีเชื้อโควิด-19 แล้ว จะเดินทางไปเที่ยวไหนก็ได้ เหมือนคนไทยที่พ้นการกักกัน จะเดินทางไปไหนก็ได้ ซึ่งรัฐบาลต้องการให้มาตรการนี้ออกมาเร็วที่สุด”
ปรับ‘ภูเก็ตโมเดล’
นายทศพรกล่าวต่อว่า การเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวไทยภายใต้มาตรการภูเก็ตโมเดล ทำให้เกิดความสับสน จึงมีการปรับใหม่ เปิดให้ต่างชาติเข้ามาเที่ยวในไทยได้เป็นการทั่วไปคาดว่าจะมีต่างชาติที่ต้องการมาพักผ่อนท่องเที่ยวในประเทศไทยเป็นระยะเวลายาวๆ พร้อมจะยอมถูกกักตัว 14 วัน เพื่อแลกกับการมาเที่ยวเมืองไทย โดยนักท่องเที่ยวจะต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด
“ภูเก็ตโมเดลทำให้เกิดความสับสน เกิดการต่อต้าน จึงมีการปรับใหม่ให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวในไทยเป็นการทั่วไป เพราะบางจังหวัด เช่น กรุงเทพฯ หรือ จังหวัดอื่น พร้อมจะรับนักท่องเที่ยว ก็สามารถทำได้ ทำให้โครงการกระตุ้นการท่องเที่ยวมีความเป็นไปได้มากขึ้น” นายทศพรกล่าว
ด้านนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า จะเปลี่ยนมาตรการจากภูเก็ตโมเดล เป็นคำใหม่คือ STV ย่อมาจาก Special Tourist Visa ให้คนต่างชาติที่ต้องการเข้ามาในไทย จะต้องขอวีซ่าประเภทนี้ให้ได้ก่อน มีระยะเวลาให้อยู่ในไทยได้ 90 วัน และต่อได้อีก 2 ครั้ง ครั้งละ 90 วัน รวม 270 วัน ซึ่งเหมาะสมกับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ต้องการมาพำนักระยะยาวในไทยและจะต้องถูกกักตัว