ดึงนักท่องเที่ยว
หวังกระตุ้นศก.
ไทยติดเชื้ออีก3

‘พิพัฒน์’รมว.การท่องเที่ยวฯ เตรียมชงครม.ลดเวลากักตัวนักท่องเที่ยวจากเดิม 14 วัน เหลือแค่ 7 วัน ตามแคมเปญวีซ่าทัวร์พิเศษ เพื่อดึงนักท่องเที่ยวเข้าไทย กระตุ้นเศรษฐกิจหลังโดนพิษโควิดกระหน่ำ นอกจากนี้จ่อขยาย 2 โครงการ ‘กำลังใจ-เราเที่ยวด้วยกัน’ ออกไปถึงเดือนธ.ค. จากเดิมหมดสิ้นต.ค.นี้ ‘บิ๊กตู่’ ยันเหตุจำเป็นขยายพ.ร.ก.ฉุกเฉินอีก 1 เดือนตลอดต.ค.นี้ อ้างกฎหมายปกติเอาไม่อยู่ เนื่องจากโควิดในประเทศเพื่อนบ้านและทั่วโลกยังระบาดหนัก ศบค.เผยไทยติดเชื้อใหม่อีก 3 ราย กลับมาจากต่างประเทศทั้งหมด หายป่วยอีก 7

ไทยติดเชื้อโควิดเพิ่ม 3

เมื่อวันที่ 25 ก.ย. ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) เปิดเผยข้อมูลผ่านเฟซบุ๊กศูนย์ข้อมูลโควิด-19 ว่า วันนี้มีผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่เพิ่ม 3 ราย หายป่วยเพิ่มขึ้น 7 ราย ไม่มีเสียชีวิตเพิ่ม ผู้ป่วยยืนยันสะสมรวม 3,519 ราย แบ่งเป็นการติดเชื้อในประเทศ 2,445 ราย สถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ 581 ราย หายกลับบ้านรวม 3,360 ราย ยังรักษาในร.พ. 100 ราย เสียชีวิตรวม 59 ราย

โดยผู้ป่วยรายใหม่แบ่งเป็น 1.เดินทาง มาจากต่างประเทศและเข้าพักในสถานที่กักกัน คือสหรัฐอเมริกา 1 ราย เป็นหญิงไทยอายุ 42 ปี อาชีพแม่บ้าน เดินทางถึงไทยวันที่ 19 ก.ย. เข้าพักในสเตต ควอรันทีน ในจ.ชลบุรี ตรวจหาเชื้อครั้งที่ 1 วันที่ 23 ก.ย. ผลตรวจพบเชื้อ ไม่มีอาการ เข้ารับการรักษาร.พ. หนองใหญ่

2.มีประวัติเคยติดเชื้อมาก่อน 2 ราย ได้แก่ สิงคโปร์ 1 ราย เป็นชายไทยอายุ 42 ปี อาชีพรับจ้าง เดินทางถึงไทยวันที่ 18 ก.ย. เข้าพักในสเตต ควอรันทีน ในจ.ชลบุรี ตรวจหาเชื้อครั้งที่ 1 วันที่ 21 ก.ย. ผลพบเชื้อ เข้ารับการรักษาร.พ.สัตหีบ ก.ม.10 พบว่ามีประวัติ ติดเชื้อโควิด-19 ขณะอยู่ที่สิงคโปร์ ไม่ได้เข้ารับการรักษาในร.พ. แต่ถูกแยกกักเป็นระยะเวลาหนึ่ง และมีเอกสารจากสิงคโปร์ว่าพ้นระยะแพร่เชื้อแล้ว เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 2563

และคูเวต 1 ราย เป็นชายไทยอายุ 58 ปี อาชีพรับจ้าง เดินทางถึงไทยวันที่ 22 ก.ย. เข้าพักสเตต ควอรันทีน ในจ.ชลบุรี และตรวจหาเชื้อครั้งที่ 1 วันที่ 22 ก.ย.ผลตรวจพบเชื้อ เข้ารับการรักษาที่ ร.พ.บางละมุง พบว่ามีประวัติติดเชื้อโควิด-19 จากคูเวต พักรักษาตัวอยู่ที่ร.พ.และแคมป์คนงาน ก่อนเดินทางกลับไทย

สถานการณ์โควิด-19 ทั่วโลก มีผู้ติดเชื้อรวม 32,408,504 ราย เป็นผู้ติดเชื้อรายใหม่ 314,855 ราย อาการรุนแรง 63,333 ราย รักษาหายแล้ว 23,924,977 ราย เสียชีวิต 987,724 ราย อันดับประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด ได้แก่ 1.สหรัฐอเมริกา จำนวน 7,185,471 ราย เป็นรายใหม่ 45,355 ราย 2.อินเดีย 5,816,103 ราย เป็นรายใหม่ 85,919 ราย 3.บราซิล 4,695,909 ราย เป็นรายใหม่ 32,129 ราย 4.รัสเซีย 1,128,836 ราย เป็นรายใหม่ 6,595 ราย 5.โคลัมเบีย 790,823 ราย เป็นรายใหม่ 6,555 ราย ส่วนพม่ามีผู้ป่วยรายใหม่ 1,052 ราย ยอดรวม 8,344 ราย

ผู้ว่าฯ ตากสั่งคุมเข้มชายแดน

วันเดียวกัน นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ผู้ว่าฯ ตาก เปิดเผยถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในฝั่งประเทศเมียนมาว่า จากกรณีมีรายงานพบผู้ป่วยและผู้เสียชีวิต จากโรคโควิด-19 ใน จ.เมียวดี ฝั่งตรงข้ามชายแดนไทยด้านอ.แม่สอด จ.ตาก นั้น ขณะนี้ต้องรอการยืนยันผลและประกาศอย่างเป็นทางการของรัฐบาลเมียนมาก่อน คาดว่ายังอยู่ในขั้นตอนการสอบสวนโรค ในความร่วมมือทางการแพทย์ก็ร่วมมือกันยับยั้งการแพร่ระบาดของโควิด-19 มีทั้งการสนับสนุนเวชภัณฑ์ อุปกรณ์ เครื่องมือทางการแพทย์ ให้แก่ โรงพยาบาลในจ.เมียวดี และทางจังหวัดตาก โดยร.พ.แม่สอดยังช่วยตรวจหาเชื้อจากตัวอย่างสารคัดหลั่งที่ทางโรงพยาบาลใน จ.เมียวดี เก็บตัวอย่างส่งมาให้ เพื่อเข้าตรวจในห้องปฏิบัติการในร.พ.แม่สอด

นายอรรษิษฐ์กล่าวต่อว่า วันที่ 28 ก.ย. สภากาชาดไทยจะมอบอุปกรณ์ช่วยเหลือแก่พื้นที่ 5 อำเภอตามชายแดน ได้แก่ อ.แม่สอด, พบพระ, แม่ระมาด, ท่าสองยาง และ อุ้มผาง นอกจากนี้ ยังร่วมมือกันในระดับท้องถิ่น คือมูลนิธิแม่สอดการกุศลที่จะระดมความช่วยเหลือส่งมอบให้แก่จ.เมียวดี โดยจะส่งมอบกันบนสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา ในวันที่ 29 ก.ย. เวลา 16.00 น.

“ภาพรวมตอนนี้ถือว่าไม่หนักใจ แต่ก็ไม่นิ่งนอนใจ เพราะแม้ว่าในภาพรวมของประเทศเมียนมาจะมียอดตัวเลขผู้ติดเชื้อสูงขึ้น แต่ในจ.เมียวดีตรวจพบเพียง 3 คน แต่ทางการไทยไม่นิ่งนอนใจ ยังคงคุมเข้มตลอดแนวชายแดน 542 ก.ม.ที่ติดประเทศเมียนมา ทั้งฝ่ายทหาร ปกครอง และตำรวจ ที่จะพยายามเสริมกำลังและอุดช่องว่างตามแนวชายแดน ที่คาดว่าจะมีคนลักลอบข้ามมาได้”

ชงลดกักตัว‘โควิด’เหลือแค่ 7 วัน

ด้านนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า เตรียมเสนอรัฐบาลลดระยะเวลากักตัวจาก 14 วัน เหลือ 7 วัน โดยมีการตรวจหาเชื้อแบบเข้มขึ้นถึง 2 ครั้ง เมื่อกักตัวครบกำหนด 7 วัน หากไม่พบเชื้อ นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปที่ไหนก็ได้ ทั้งหมดจะเกิดขึ้นต่อเมื่อหลังมีการนำ นักท่องเที่ยวกลุ่มแรกเข้าไทย ภายใต้วีซ่า นักท่องเที่ยวประเภทพิเศษ (STV) และคาดว่า นักท่องเที่ยวกลุ่มแรกจะเดินทางเข้ามาในวันที่ 1 ต.ค.นี้ เป็นกลุ่มลองสเตย์ มาพักกักตัวที่โรงแรมกักตัวทางเลือก ทั้ง ASQ และ ALSQ เป็นเวลา 14 วันตามเกณฑ์ที่กำหนด และเมื่อถึงช่วงกลางเดือนพ.ย.2563 หากไม่พบนักท่องเที่ยวติดเชื้อ ก็จะเริ่มดำเนินการ ส่วนรายละเอียดของ STV อย่างเป็นทางการจะประกาศชัดโดยโฆษกของรัฐบาลในวันอังคารที่ 29 ก.ย.นี้

ด้านนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า มาตรการเที่ยวปันสุขที่ส่งเสริมให้คนไทยเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศผ่าน 2 โครงการ ได้แก่ “กำลังใจ” และ “เราเที่ยวด้วยกัน” กรอบวงเงินรวม 2.24 หมื่นล้านบาท อีกประมาณ 2 สัปดาห์ จะนำเสนอศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ (ศบศ.) เพื่อพิจารณา เสนอครม.ขยายโครงการ ออกไปเป็นสิ้นสุดเดือนธ.ค.2563 จากเดิมจะสิ้นสุดต.ค.นี้

‘บิ๊กตู่’ยันจำเป็นขยาย‘ฉุกเฉิน’

วันเดียวกันที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวภายหลังการประชุมสภากลาโหม ถึงการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ โควิด-19 (ศบค.) ในวันที่ 28 ก.ย. ว่า จะหารือเรื่องการต่ออายุ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ตนเคยพูดหลายครั้งแล้วว่าการต่อเพื่ออะไร ต้องยอมรับว่าการแพร่ระบาดของโควิด-19 ก็ยังระบาดไป ทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งไทยยังอยู่ในเกณฑ์ดีและยังได้รับความชื่นชม หลายประเทศเอาบทเรียนของไทยไป ดำเนินการ แต่ไม่ทัน ซึ่งเรากำชับให้เข้มงวด หามาตรการที่เหมาะสม มีการจัดตั้งศบค.และศบศ. ซึ่งต้องเดินหน้าไปด้วยกันทั้งเศรษฐกิจด้วย ซึ่งต้องระมัดระวัง

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า หลายประเทศก็ใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ในการล็อกดาวน์ เพราะกฎหมายปกติเอาไม่อยู่ ก็ขอให้รอฟังในวันจันทร์ที่ 28 ก.ย.นี้ ที่จะมีการแถลงว่าจะมีมาตรการอะไรบ้าง แต่ที่สำคัญคือทุกคนต้องมั่นใจในระบบสาธารณสุขและเจ้าหน้าที่ของประเทศ ในการตรวจสอบคัดกรอง แพร่ระบาด สถานที่กักตัวทางเลือกซึ่งมีหลายส่วนประกอบร่วมกัน เพื่อลดภาระของรัฐบาล ในการดูแลสถานกักตัวของรัฐ แต่วันนี้ขอฝากทำความเข้าใจกับทุกคน หากวันนี้แก้ปัญหาไม่ได้เลย เศรษฐกิจก็จะแย่ไปเรื่อยๆ โดยเฉพาะระดับล่าง ดังนั้น จะทำอย่างไรให้ทั้งสองอย่างเดินหน้าควบคู่ไปด้วยกันได้ทั้ง สุขภาพและเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเศรษฐกิจฐานราก ส่วนการลักลอบข้ามแดนนั้น ได้ สั่งการในที่ประชุมสภากลาโหมวันนี้ด้วย ทั้งทางบก ทางเรือ ทางอากาศ โดยมาตรการต่างๆ ต้องเข้มงวดควบคู่กันไป

นายกฯ กล่าวถึงการเปิด-ปิดน่านฟ้าว่า ที่ผ่านมามีการหารือกันว่าตอนนี้มีปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งพอจะผ่อนคลายบ้างได้หรือไม่ เพราะยังมีกลุ่มนักธุรกิจที่ต้องเข้ามาดูแลฐานการผลิตในประเทศไทย หากมาในระยะสั้น จะทำอย่างไร ส่วนพวกที่เข้ามาท่องเที่ยว ในอนาคตก็ต้องหามาตรการป้องกันเอาไว้ โดยหาสถานที่กักตัวเอาไว้ และมีหลายกลุ่ม ทั้งภาคธุรกิจ และการเข้ามาเพื่อรักษาตัว การท่องเที่ยว ซึ่งต้องเตรียมแผนไว้ล่วงหน้า และแก้ปัญหาเชิงรุก รัฐบาลไม่ได้ทำงานแก้ปัญหาไปวันๆ รัฐบาลไม่ได้เป็นแบบนั้น นายกฯ ไม่ได้เป็นแบบนั้น นายกฯ ไม่ใช่คนอย่างนั้น

เมื่อถามถึงกรณีมีกระแสข่าวจะให้ลดการกักตัวเหลือเพียง 7 วัน โดยเฉพาะผู้ที่มา ท่องเที่ยว นายกฯ กล่าวว่า ยังไม่ได้มีการพูดว่า 6 วัน 7 วัน และ 14 วัน ต้องไปดูว่าเขามา ภารกิจอะไรถ้ามาจากการท่องเที่ยวอยู่ 14 วัน ตรวจสอบคัดกรอง และอยู่ต่อท่องเที่ยวได้หรือไม่ ส่วนที่มาอยู่ไม่กี่วัน เช่น มาตรวจงาน จะทำแบบ ผบ.ทบ.สหรัฐได้หรือไม่ เพราะถ้าหากตัวเขามาไม่ได้ ธุรกิจก็เดินไม่ได้ แต่ก็ไม่ใช่ว่า เราทำแล้ว เขาจะมา เพราะเราไม่รู้ แต่เป็นเพียงการรับมือ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย และสิ่งสำคัญคือประชาชนต้องเข้าใจ มาตรการต่างๆ ที่ออกมาต้องถามความเห็นประชาชน ฝากสื่อด้วย ถ้าเราไม่ปรับตัวก็ไม่ได้อะไรเหมือนกัน ทำอะไรก็ได้อย่างนั้นแหละ

‘หมอยง’ห่วงไทยตรวจโควิดลด

ด้าน ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Yong Poovorawan ถึงการเปิดเกมรุก ของไทยต่อโรคโควิด-19 ว่า “การตรวจการติดโรคโควิด-19 ในช่วงที่มีการระบาดมากหรือช่วงแรก เราตรวจสัปดาห์ละมากกว่า 50,000 ราย แต่ขณะนี้การตรวจลดลงอย่างมาก เหลือสัปดาห์ละประมาณ 25,000 ราย เกณฑ์การตรวจก็ลดลงอย่างมาก เราไม่อยากเห็น ผู้ป่วยเข้าโรงพยาบาลเป็นปอดบวม แล้วค่อยตรวจวินิจฉัยว่าเป็นโควิด-19 ถ้าเป็นเช่นนั้นแสดงว่ามีการติดเชื้อโรค มีอาการน้อย หรือไม่มีอาการอีกจำนวนมาก

การเปิดเกมรุกขณะนี้จะต้องตรวจให้ได้ในผู้ที่ไม่มีอาการหรือมีอาการน้อย แม้กระทั่งในโรงพยาบาล ขณะนี้ผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจเริ่มมากขึ้น ก็ไม่ได้รับการตรวจ เราบอกว่า ผู้ป่วยปอดอักเสบทุกรายควรได้รับการสวนหาเชื้อโควิด ผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจที่เป็นมากกว่า 2 หรือ 3 คนพร้อมกัน เช่น ในโรงเรียนควรได้รับการตรวจ แต่ความเป็นจริงไม่แน่ใจว่าได้ปฏิบัติแบบนั้นหรือไม่ เพราะกฎเกณฑ์ต่างๆ ยังเป็นปัญหามาก เพราะถ้าให้ผู้ป่วยออกเองก็ไม่มีใครยอมตรวจ

การเปิดเกมรุกการตรวจวินิจฉัยจะต้องเพิ่มมากกว่านี้ เราคงไม่รอรับให้ผู้ป่วยเป็นปอดบวมแล้วค่อยตรวจวินิจฉัย เมื่อถึงเวลานั้นก็เรียกว่าการระบาดระลอกสองแล้วคงยากต่อการควบคุม เพราะครั้งนี้จะปิดบ้านปิดเมืองอีกคงจะลำบาก ในทางยุโรปขณะนี้เกิดรอบสองเกือบทั้งนั้น กฎเกณฑ์การตรวจจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงโดยเร็ว”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน