เหตุวัคซีนโควิด
ดิ่งสุดในรอบ7ปี

‘ทองคำ’ ร่วงหนัก ราคาดิ่งฮวบลงบาทละ 1,200 บาท จากเมื่อวันที่ 9 พ.ย. ราคาปิดอยู่ที่ 28,200 บาท พอวันที่ 10 พ.ย. เหลือ 27,000 บาท ลดในวันเดียวแรงสุดในรอบ 7 ปี ‘ฮั่วเซ่งเฮง’ ชี้สาเหตุสืบเนื่องจากพัฒนาวัคซีนโควิดเป็นผลสำเร็จ แนวโน้มผู้คนจะได้กลับไปใช้ชีวิตปกติ เปิดเศรษฐกิจได้เต็มที่ ส่งผลทองคำถูกเทขาย ตลาดหุ้นปรับขึ้นแรง ส่วน ‘ปตท.’ คาดต่อไปราคาน้ำมันจะดีดตัวขึ้น เพราะความต้องการใช้เพิ่มขึ้น

เมื่อวันที่ 10 พ.ย. สมาคมค้าทองคำรายงานราคาทองคำเมื่อเวลา 09.27 น. โดยพบว่าราคาทองคำปรับลดลงครั้งเดียวถึง 1,200 บาท โดยราคาทองคำแท่ง รับซื้อบาทละ 27,000 บาท ขายออกบาทละ 27,100 บาท ราคาทองคำรูปพรรณ ฐานภาษีบาทละ 26,514.84 บาท ขายออกบาทละ 27,600 บาท จากเมื่อวันที่ 9 พ.ย. ที่ผ่านมา ราคาทองคำปิดที่ 28,200 บาท

ขณะที่บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด ระบุว่าราคาทองคำในตลาดโลกเมื่อคืนวันที่ 9 พ.ย. ปรับลงแรง 90 ดอลลาร์ เป็นการลดลงในวันเดียวมากที่สุดในรอบ 7 ปี หลังจากที่มีข่าวบริษัทยายักษ์ใหญ่ของสหรัฐอเมริกา และบริษัทยาของเยอรมนี แถลงผลการทดลองวัคซีนต้านโควิด-19 มีประสิทธิภาพมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งการพัฒนาวัคซีนดังกล่าวได้เป็นผลสำเร็จ จึงเป็นประเด็นหลักที่กระทบต่อตลาดการเงินทั่วโลกในขณะนี้ เพราะเป็นความหวัง ที่ผู้คนจะได้กลับไปใช้ชีวิตปกติ และเปิดเศรษฐกิจได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้ทองคำถูก เทขายและตลาดหุ้นปรับขึ้นแรง

ฮั่วเซ่งเฮงระบุด้วยว่า อย่างไรก็ตาม การผลิตวัคซีนต้านโควิด-19 ในเชิงพาณิชย์ต้องใช้เวลา และน่าจะเป็นปี 2564 โดยไฟเซอร์ บริษัทยาสหรัฐคาดว่าจะผลิตวัคซีน 50 ล้านโดสภายในปี 2563 และอีก 1,300 ล้านโดสในปี 2564 ขณะเดียวกัน ส่วนการเมืองสหรัฐยังต้องติดตาม หลังจากที่นายโจ ไบเดน ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ โดยไบเดนให้คำมั่นว่าจะทำให้การเปลี่ยนผ่านตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นไปอย่างราบรื่น

ส่วน น.ส.ฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด ตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในตลาดซื้อขายสินค้าล่วงหน้า เปิดเผยว่าราคาทองคำที่ปรับลดลงค่อนข้างมากถึงระดับ 100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือราคาต่อบาททองคำลดลงบาทละ 1,200 บาท หลังมีความคืบหน้าวัคซีนโควิดในเชิงบวก

ซีอีโอวายแอลจีฯ กล่าวว่าขณะเดียวกันราคาทองคำยังมีปัจจัยบวกจากกรณีนาย โจไบเดน ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่ โดยเห็นได้จากหลังผลการเลือกตั้งออกมา ช่วงแรกทิศทางการเคลื่อนไหวของราคาทองคำแกว่งตัวไปในทิศทางขาขึ้น เป็นไปตามที่คาดว่าหากนายไบเดนชนะการเลือกตั้ง จะส่งผล เชิงบวกต่อตลาดทองคำ ถึงแม้นายไบเดนจะมีมาตรการระหว่างประเทศที่ประนี ประนอมมากขึ้นก็ตาม แต่เนื่องจากนายไบเดนมีนโยบายอัดฉีดเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในปริมาณมาก ก็ทำให้ดอลลาร์มีทิศทางเป็นขาลงในระยะยาว ซึ่งจะช่วยหนุนราคาทองคำ ยังคงเป็นขาขึ้นได้ในระยะยาวเช่นกัน

สำหรับราคาทองคำตามประกาศของสมาคมค้าทองคำ ประจำวันที่ 10 พ.ย.2563 ราคาเปิดตลาดปรับลดลงทันทีบาทละ 1,200 บาท โดยทองคำแท่ง 96.5 เปอร์เซ็นต์ รับซื้อที่บาทละ 27,000 บาท ขายออก 27,100 บาท ส่วนทองคำรูปพรรณ รับซื้อที่ 26,514.84 บาท ขายออกที่ 27,600 บาท อย่างไรก็ดีระหว่างวันราคามีการเปลี่ยนแปลงรวม 6 ครั้ง ขึ้นสลับลง โดยราคาตามประกาศครั้งที่ 6 ทองคำแท่งรับซื้อที่ 27,150 บาท ขายออก 27,250 บาท ทองคำรูปพรรณ รับซื้อที่ 26,666.44 บาท ขายออกที่ 27,750 บาท

ด้านนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าหากคิดค้นวัคซีนต้านโควิดได้สำเร็จ มั่นใจว่าทิศทางเศรษฐกิจโลกจะมีแนวโน้มฟื้นตัวแน่นอน เพราะคนออกมาใช้ชีวิตได้เป็นปกติมากขึ้น ภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ก็กลับมา ความต้องการใช้น้ำมันของโลกก็มีปริมาณเพิ่มขึ้น คาดว่าเมื่อทุกอย่างค่อยๆ ทยอยฟื้นตัวกลับมา ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกปีหน้าจะปรับตัวสูงขึ้นมาเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 40-50 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล จากปีนี้เฉลี่ยอยู่ในกรอบ 41-42 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล

นายอรรถพลกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังมีปัจจัยบวกหลังนายโจ ไบเดน ได้รับชัยชนะเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งมีนโยบายสนับสนุนพลังงานทดแทนมากกว่าพลังงานจากฟอสซิล อาจทำให้การผลิตน้ำมัน หรือก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงฟอสซิสจากสหรัฐผลิตออกมาน้อยลง ส่งผลดีต่อทิศทางราคาน้ำมันที่คาดว่าจะปรับเข้าสู่สมดุลมากขึ้น จึงไม่ได้ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในภาพรวมเปลี่ยนแปลงจากปัจจุบันมากนัก

ขณะเดียวกัน ดัชนีตลาดหุ้นไทยเมื่อวันที่ 10 พ.ย. ปิดทำการซื้อขายที่ระดับ 1,341.24 จุด เพิ่มขึ้น 55.36 จุด หรือ 4.31 เปอร์เซ็นต์ ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 166,674.91 ล้านบาท ถือว่ามูลค่าการซื้อขายมากที่สุดในรอบ 17 เดือน หรือเกือบปีครึ่ง อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวขึ้นในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้น ทั่วโลก หลังได้รับข่าวดีจากผลการทดสอบวัคซีนโควิดเฟส 3 ที่ประสบผลสำเร็จมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ทำให้หุ้นในกลุ่มท่องเที่ยว และสันทนาการปรับขึ้นไป 28.12 เปอร์เซ็นต์ หุ้นกลุ่มขนส่งและโลจิสติกส์ ปรับขึ้น 41.85 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้นักลงทุนต่างชาติ ซื้อสุทธิหุ้นไทย 18,958.37 ล้านบาท

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน